จากสถานการณ์แผ่นดินไหวครั้งรุนแรงที่เกิดขึ้นในไทย ทางสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ ได้ทยอยประกาศมาตรการช่วยเหลือเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนอย่างเร่งด่วน ดังนี้

ออมสิน 1) มาตรการบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้นแก่ลูกค้าเดิม โดยให้พักชำระเงินต้นทั้งหมด และลดดอกเบี้ยเป็น 0% เป็นระยะเวลา 3 เดือน สำหรับลูกค้าสินเชื่อธนาคารออมสิน 3 กลุ่ม ที่เดือดร้อนทรัพย์สินได้รับความเสียหาย หรือคุณภาพชีวิตและการดำเนินธุรกิจได้รับผลกระทบโดยตรงจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ได้แก่ ลูกค้าสินเชื่อธนาคารประชาชน ลูกค้าสินเชื่อเคหะที่มีวงเงินกู้ไม่เกิน 5 ล้านบาท และลูกค้าสินเชื่อ SME ที่มีวงเงินกู้ไม่เกิน 10 ล้านบาท

2) มาตรการสินเชื่อฉุกเฉินเพื่อช่วยเหลือฟื้นฟูสำหรับบุคคลทั่วไป ธนาคารมอบสินเชื่อเงื่อนไขพิเศษ ได้แก่

2.1 สินเชื่อฉุกเฉินผู้ประสบภัยพิบัติ วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 20,000 บาท/ราย ระยะเวลาผ่อนชำระ 24 เดือน ปลอดชำระเงินงวด 3 เดือนแรก อัตราดอกเบี้ย 0% สำหรับเดือนที่ 1 – 3 และเดือนที่ 4 เป็นต้นไป คิดอัตราดอกเบี้ย 0.60% ต่อเดือน

2.2 สินเชื่อซ่อมแซมบ้าน วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 500,000 บาท/ราย ระยะเวลาผ่อนชำระ 10 ปี สำหรับลูกค้าใหม่ ส่วนลูกค้าปัจจุบันใช้ระยะเวลาผ่อนชำระตามสัญญาเดิม ปีที่ 1 คิดอัตราดอกเบี้ย 0% สำหรับ 3 เดือนแรก และเดือนที่ 4 – 12 = 2% ปีที่ 2 = 2% ปีที่ 3 = MRR-3.35% ปีที่ 4 เป็นต้นไป = MRR-0.75%

2.3 สินเชื่อ SME ฟื้นฟูแผ่นดินไหว วงเงินกู้ไม่เกิน 40 ล้านบาท/ราย ระยะเวลาผ่อนชำระไม่เกิน 10 ปี (ปลอดชำระเงินต้นสูงสุด 9 เดือน) คิดอัตราดอกเบี้ย ปีที่ 1 – 2 = 2.99% ปีที่ 3 – 4 = MLR/MOR-0.5% และปีที่ 5 เป็นต้นไป = MLR/MOR+0.5% ทั้งนี้ สำหรับวงเงินกู้ไม่เกิน 10 ล้านบาท ธนาคารคิดอัตราดอกเบี้ย 3 เดือนแรก = 0% หลังจากนั้น เดือนที่ 4 – 24 = 2.99% ปีที่ 3 – 4 = MLR/MOR-0.5% และปีที่ 5 เป็นต้นไป = MLR/MOR+0.5%

EXIM Bank มาตรการช่วยเหลือสำหรับวงเงินกู้ระยะสั้น ประกอบด้วย ขยายระยะเวลาตั๋วสัญญาใช้เงิน สูงสุด 180 วัน

เพิ่มวงเงินหมุนเวียนชั่วคราว สูงสุด 20% ของวงเงินหมุนเวียนเดิม แต่ไม่เกิน 2 ล้านบาท โดยคิดอัตราดอกเบี้ยเดิมเปลี่ยนแปลงภาระหนี้ระยะสั้นเป็นภาระหนี้ระยะยาว โดยสามารถผ่อนชำระได้สูงสุด 3 ปี

ในส่วนของมาตรการช่วยเหลือสำหรับวงเงินกู้ระยะยาว มีรายละเอียด ดังนี้

ขยายระยะเวลาวงเงินกู้ สูงสุด 7 ปี ปรับลดอัตราดอกเบี้ย ในปีแรกลง 0.5% หรือเลือกจ่ายดอกเบี้ยเพียง 50% ในช่วง 6 เดือนแรกพักชำระหนี้เงินต้น สูงสุด 1 ปี เพิ่มวงเงิน (Top up) สำหรับความเสียหายที่เกิดขึ้น

ธ.ก.ส. ให้สินเชื่อเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน วงเงินรายละไม่เกิน 50,000 บาท อัตราดอกเบี้ย 0% ใน 6 เดือนแรก หลังจากนั้นคิดอัตราดอกเบี้ย MRR (ปัจจุบันอยู่ที่ 6.725%)

โครงการสินเชื่อฟื้นฟูและพัฒนาคุณภาพชีวิต วงเงินรายละไม่เกิน 500,000 บาท อัตราดอกเบี้ย MRR ลบ 2% ต่อปี วงเงินรวมทั้งสิ้น 20,000 ล้านบาท โดยสินเชื่อดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนให้เกษตรกรลูกค้าสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำ เพื่อนำไปใช้ในการปรับปรุงหรือซ่อมแซมที่อยู่อาศัย โรงเรือนการเกษตร หรือเครื่องจักรกลการเกษตรที่ได้รับความเสียหาย นอกจากนี้ ยังช่วยเสริมสภาพคล่องให้เกษตรกรมีเงินทุนหมุนเวียนในกรณีฉุกเฉินระหว่างการฟื้นฟู จนกว่าจะสามารถกลับมาประกอบอาชีพและดำเนินธุรกิจได้ตามปกติ

บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.)  มาตรการช่วยลูกค้า บสย. พักชำระค่าธรรมเนียมและค่าจัดการค้ำประกัน 6 เดือน สำหรับ SMEs ที่เป็นลูกค้า บสย. และมีกำหนดชำระค่าธรรมเนียมค้ำประกันและค่าจัดการค้ำประกัน ตั้งแต่วันที่ 28 มี.ค.-30 เม.ย. 2568

มาตรการช่วยลูกหนี้ บสย. พักชำระค่างวด 3 งวด สำหรับผู้ประกอบการ SMEs ที่ บสย. ได้จ่ายค่าประกันชดเชยไปแล้ว และอยู่ในระหว่างผ่อนชำระหนี้ตามแผนปรับโครงสร้างหนี้ โดยต้องไม่ผิดนัดชำระหนี้ ซึ่งสามารถยื่นคำขอพักชำระหนี้ได้ตั้งแต่วันที่ 28 มี.ค.-30 เม.ย. 2568

SME D Bank มาตรการพักชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ยสำหรับลูกค้าธนาคารที่ได้รับผลกระทบทางตรงและทางอ้อม ในพื้นที่ประสบภัยพิบัติตามที่ราชการกำหนด เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่าย ด้วยการพักชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ย  

สำหรับกลุ่มเงินกู้ยืมแบบมีระยะเวลา (Term loan) สูงสุดไม่เกิน 12 เดือน สัญญาเบิกเงินทุนหมุนเวียนประเภทตั๋วสัญญาใช้เงิน (P/N) และสินเชื่อแฟคตอริ่ง ขยายระยะเวลาชำระตั๋วสัญญาใช้เงินออกไปอีกสูงสุด 180 วัน และสามารถพักชำระดอกเบี้ยได้

มาตรการเติมทุนฉุกเฉิน เพื่อซ่อมแซมฟื้นฟูกิจการ สำหรับลูกค้าเดิมได้รับผลกระทบทางตรง ที่มีสถานประกอบการตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ภัยพิบัติตามที่ราชการกำหนด เพื่อให้มีวงเงินกู้ฉุกเฉิน นำไปฟื้นฟูธุรกิจเฉพาะหน้า วงเงินกู้ 10% ของวงเงินเดิม ขั้นต่ำ 30,000 บาท สูงสุด 200,000 บาท (บุคคลธรรมดา สูงสุด 100,000 บาท และนิติบุคคล สูงสุด 200,000 บาท)  

อัตราดอกเบี้ย MLR ต่อปี ระยะเวลากู้ 3 ปี ปลอดชำระเงินต้น 12 เดือน ไม่ต้องมีหลักประกัน ยกเว้นค่าธรรมเนียม ลดกระบวนการนำส่งเอกสารในการช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบทางตรงเป็นการเร่งด่วน 

มาตรการช่วยเหลือครั้งนี้ เป็นทางเลือกโดยสมัครใจ ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ต้องการรับบริการ แจ้งความประสงค์ได้ตั้งแต่วันที่ 31 มี.ค. 2568 เป็นต้นไป

ธอส. 1.โครงการเงินกู้เพื่อช่วยเหลือที่อยู่อาศัยที่ได้รับผลกระทบจากสาธารณภัย มี 2 มาตรการ ดังนี้ สำหรับลูกค้าปัจจุบัน ลดเงินงวดและอัตราดอกเบี้ยเงินกู้เป็นระยะเวลา 1 ปี โดยพักชำระหนี้ 3 เดือนแรก พร้อมลดอัตราดอกเบี้ยเหลือ 0% ต่อปี และในเดือนที่ 4-12 คิดดอกเบี้ยเพียง 2.00% ต่อปี พร้อมลดเงินงวดลง 50% ของเงินงวดเดิม

สำหรับลูกค้าปัจจุบันและลูกค้าใหม่ สามารถกู้เพิ่มเพื่อซ่อมแซม หรือปลูกสร้างทดแทนบ้านหลังเดิม วงเงินกู้สูงสุด 2 ล้านบาทต่อราย อัตราดอกเบี้ยพิเศษ เริ่มต้น 3 เดือนแรก 0% ต่อปี พร้อมปลอดชำระเงินงวด เดือนที่ 4-24 ดอกเบี้ย 2.00% ต่อปี และหลังจากนั้นคิดดอกเบี้ยในอัตราพิเศษตามประเภทลูกค้า พร้อมฟรีค่าธรรมเนียมประเมินราคาหลักประกัน และค่าจดทะเบียนการจำนอง

2.มาตรการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติทางธรรมชาติ ปี 2568 อีก 5 มาตรการ เพื่อช่วยเหลือลูกค้าในสถานะต่างๆ ดังนี้

สำหรับลูกค้าสถานะ NPL ที่หลักประกันเสียหาย ให้ประนอมหนี้สูงสุด 1 ปี 6 เดือน โดย 6 เดือนแรก ดอกเบี้ย 0% ไม่ต้องชำระเงินงวด และเดือนที่ 7-18 ดอกเบี้ย 1.00% ต่อปี ผ่อนชำระเงินงวดไม่น้อยกว่าดอกเบี้ยรายเดือน

สำหรับลูกค้าสถานะ NPL ที่รายได้กระทบ ประนอมหนี้สูงสุด 1 ปี โดย 6 เดือนแรก ดอกเบี้ย 0% ผ่อนชำระเพียง 1,000 บาท (ตัดเงินต้น) และเดือนที่ 7-12 ดอกเบี้ย 1.00% ต่อปี ผ่อนชำระไม่น้อยกว่าดอกเบี้ยรายเดือนบวก 100 บาท

สำหรับลูกค้าสถานะบัญชีปกติและ NPL ที่เสียชีวิตหรือทุพพลภาพถาวร พิจารณาผ่อนชำระดอกเบี้ย 0.01% ต่อปี ตลอดระยะเวลาที่เหลือ (พิจารณาเป็นรายกรณี)

สำหรับลูกค้าสถานะบัญชีปกติและ NPL ที่ที่อยู่อาศัยเสียหายทั้งหลัง ปลอดหนี้ส่วนราคาอาคาร ผ่อนชำระเฉพาะส่วนที่ดินที่เหลือ (พิจารณาเป็นรายกรณี)พิจารณาสินไหมเร่งด่วน (Fast Track) 

สำหรับลูกค้าที่มีประกันอัคคีภัยที่อยู่อาศัยกับบริษัทที่ธนาคารจัดให้ โดยสามารถแจ้งความเสียหายพร้อมภาพถ่าย เพื่อรับค่าสินไหมตามจริง สูงสุด 20,000 บาท และสำหรับกรมธรรม์ที่เริ่มคุ้มครองตั้งแต่ 1 พ.ย. 2562 เพิ่มความคุ้มครองภัยธรรมชาติสูงสุด 30,000 บาทต่อปี  สามารถติดต่อได้ถึงวันที่ 30 ธ.ค. 2568

สำหรับลูกค้าปัจจุบันของ ธอส. ที่ต้องการต่อเติม ซ่อมแซม หรือซื้ออุปกรณ์เพื่อการอยู่อาศัย ยังสามารถเข้าร่วม “มาตรการสินเชื่อซ่อม-แต่ง” วงเงินกู้สูงสุด 100,000 บาท ดอกเบี้ยคงที่ 3 ปี เพียง 1.00% ต่อปี พร้อมฟรีค่าประเมินราคาหลักประกัน สามารถยื่นคำขอกู้ได้ตั้งแต่วันที่ 29 มี.ค. 2568 เป็นต้นไป