สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับเครือข่ายความหลากหลายทางเพศ 29 องค์กร จัดงานประชุมระดับชาติ สุขภาวะของคนข้ามเพศ (ข้ามเพศมีสุข) ครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 31 มี.ค. 68 ณ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น เพื่อเปิดพื้นที่ให้ชุมชนคนข้ามเพศ นักกิจกรรม บุคลากรทางการแพทย์ และผู้ที่สนใจ เข้าร่วมกว่า 400 คน ได้สะท้อนปัญหา ความต้องการของชุมชนคนข้ามเพศ และสร้างความเข้มแข็งให้คนข้ามเพศมีส่วนร่วมในการพัฒนานโยบายด้านสุขภาวะที่ดีรอบด้าน

นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า กลุ่มคนข้ามเพศมีความชัดเจนแล้วที่ต้องการการสนับสนุนทางการแพทย์ในแง่ของยาฮอร์โมน รวมทั้งการผ่าตัดแปลงเพศเพื่อจะทำให้เกิดสุขภาวะ  ดังนั้นบทบาทของสสส.จึงต้องมีการขับเคลื่อนทั้งในเชิงวิชาการ และนำสิ่งที่เป็นความคาดหวังของกลุ่มคนข้ามเพศ ที่เป็นชมรม สมาคม  เพื่อที่จะพัฒนาคุณภาพชีวิต และสุขภาพจิตของคนข้ามเพศด้วยกัน  ซี่งการรวมกลุ่มจะก่อให้เกิดพลังที่จะทำให้ภาครัฐจัดการสิทธิประโยชน์ให้ได้ อย่างไรก็ตามกฏหมายสมรสเท่าเทียมเป็นหมุดหมายหนึ่งที่ทำให้สังคมยอมรับความหลากหลายทางเพศ และคนข้ามเพศ แต่ในขั้นต่อไปเราต้องจัดบริการทางสุขภาพ และสิทธิให้เข้าถึงกลุ่มคนดังกล่าว เพื่อให้เกิดสุขภาวะซึ่งเป็นมิติทางกาย ทางใจ ทางสังคม และปัญญา เพื่อให้ทุกคนในสังคมมีความสุขมีคุณภาพที่ดีขึ้น 

ตอนนี้กลุ่มคนคนข้ามเพศคุยกันชัดเจนคือต้องการเข้าถึงระบบบริการของคนข้ามเพศ เนื่องจากระบบบริการข้ามเพศจะแตกต่างจากกลุ่มหลากหลายทางเพศ ซึ่งกลุ่มคนข้ามเพศชัดแล้วว่าจะเปลี่ยนเพศ ซึ่งการเปลี่ยนแปลงเพศสภาพต้องมีบริการทางการแพทย์ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการได้รับฮอร์โมนหรือการผ่าตัด พบว่ามีความเหลื่อมล้ำ  คนรวยสามารถเข้าถึงบริการภาคเอกชนได้ คนจนเข้าถึงไม่ได้อันนี้คือความไม่เท่าเทียม สิทธิที่มีแต่ไม่มีจริงในความเป็นจริง ค่อนข้างชัดว่าเขาต้องการสิทธิประโยชน์ ตอนนี้สปสช.สนับสนุนสิทธิประโยชน์แต่อยู่ในระหว่างที่ต้องคุยกับผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ รายละเอียดที่เป็นประโยชน์ที่รัฐจะต้องจ่ายเพราะเป็นเงินภาษี จากนั้นจะไปพูดถึงมาตรฐานระบบบริการ เช่นการให้ยาฮอร์โมนจะให้อย่างไร ว่าใครควรได้รับฮอร์โมน ให้แล้วจะมีผลกระทบหรือไม่

ณชเล บุญญาภิสมภาร ตัวแทนคณะทำงานจัดงานประชุมสุขภาวะของคนข้ามเพศ กล่าวว่า พยายามจะผลักดันให้เกิดชุดสวัสดิการของคนข้ามเพศ  โดยทำงานร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข ทำงานร่วมกับสปสช.ภาคีเครือข่ายกับหน่วยงานที่จัดบริการ ล่าสุดสปสช.อนุมัติงบประมาณจำนวน 145 ล้านบาท แต่ยังไม่สามารถเบิกจ่ายได้ ต้องรอแนวปฏิบัติและโปรโตคอล (Protocol)หรือข้อกำหนดหลักเกณฑ์  ในการที่จะใช้เงิน ซึ่งงบประมาณอนุมัติมาตั้งแต่ปีที่แล้ว เป็นสวัสดิการครอบคลุมถึงการได้รับยาฮอร์โมนของคนข้ามเพศ และการให้คำปรึกษาเท่านั้น ให้กับกลุ่มคนที่ใช้สิทธิบัตรทอง ส่วนสิทธิราชการ และประกันสังคมยังไม่มี

 “เราก็อยากให้มีการใช้งบประมาณโดยเร็ว แต่คิดว่ารัฐต้องมีความระมัดระวังในการใช้โปรโตคอล ซึ่งตัวไกด์ไลน์สำคัญมาก เพราะไกด์ไลน์จะทำให้แพทย์ที่ให้บริการให้บริการภายใต้มาตรฐานณชเล กล่าว

 นพ.นิธิวัชร์ แสงเรือง ผู้ช่วยเลขาธิการ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่า การดำเนินงานของ สปสช. มุ่งเน้นการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน เพื่อนำความเห็นต่างๆ มาขับเคลื่อนในระบบหลักประกันสุขภาพ ทั้งในรูปแบบของการให้ความรู้คุ้มครองสิทธิ์ ช่วยให้เข้าถึงสิทธิ์ และไม่ให้ถูกละเมิดสิทธิ์ โดยมี สสส. และภาคีเครือข่ายความหลากหลายทางเพศที่ขับเคลื่อนและรวบรวมความเห็นในแง่มุมสุขภาพและบริการ ให้ผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศนำมาเสนอเป็นสิทธิประโยชน์ ซึ่งการมีสิทธิประโยชน์ครอบคลุมยาฮอร์โมนสำหรับกลุ่มคนข้ามเพศที่กำลังดำเนินการอยู่ ไม่เพียงแต่ช่วยให้กลุ่มคนข้ามเพศสามารถเข้าถึงบริการยาฮอร์โมนได้อย่างปลอดภัย แต่ยังส่งผลดีต่อสุขภาพจิตและคุณภาพชีวิตของผู้รับบริการด้านความรู้สึกภายใน ที่เกิดความเท่าเทียมด้านสุขภาพ

นพ.อภิชาติ รอดสม รองเลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) กล่าวว่าสช. ขับเคลื่อนงานด้านบริการสุขภาวะคนข้ามเพศมาอย่างต่อเนื่อง ร่วมกับ สสส. และภาคีส่งเสริมสุขภาวะคนข้ามเพศ จนเกิดข้อเสนอแนวทางการขับเคลื่อนนโยบาย 3 ข้อ ได้แก่ 1.พัฒนาชุดสิทธิประโยชน์การจัดบริการสำหรับคนข้ามเพศ 2.สร้างมาตรฐานคุณภาพของบริการเพื่อสุขภาวะคนข้ามเพศ 3.พัฒนาศักยภาพบุคลากรผู้จัดบริการ ให้มีความละเอียดอ่อน เป็นมิตรสำหรับคนข้ามเพศ