เมื่อวันที่ 2 เม.ย. ที่ บช.สอท. พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผบช.สอท. พ.ต.อ.ทิวา โสภาเจริญ รอง ผบก.สอท.2 พ.ต.อ.ต่อศักดิ์ ปานกลิ่นพุฒิ ผกก.4 บก.สอท.2 พ.ต.ท.คมกฤช บุญเลิศ รองผกก. (สอบสวน) กก.4 บก.สอท.2 ร่วมสอบสวนปากคำผู้เสียหายตกเป็นเหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกลวงสูญเงินไปกว่า 4.4 ล้านบาท
สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 23 ธ.ค.ปีที่ผ่านมา ผู้เสียหายวัย 81 ปี ชาว จ.พิษณุโลก ได้ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์โทรศัพท์อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพิษณุโลก โดยออกอุบายหลอกลวงว่าคนร้ายใช้ชื่อผู้เสียหายเปิดบัญชีที่เซ็นทรัลพิษณุโลก ซึ่งเกี่ยวพันกับคดีฟอกเงิน หลังจากนั้นคนร้ายได้แอดไลน์คุยกันต่อแอบอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ ปปง.ให้โอนเงินเข้าเพื่อตรวจสอบผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินไป มูลค่าความเสียหายรวม 4,400,000 บาท โดยระหว่างที่คนร้ายพูดคุยกับผู้เสียหายได้มีการบังคับข่มขู่ไม่ให้วางสายเป็นเวลาสี่วัน

ต่อมาทางธนาคารกสิกรไทยได้ตรวจสอบและติดตามการทำธุรกรรมการเงินต้องสงสัย ก่อนระงับธุรกรรมทางบัญชี จากนั้นได้ประสานงานทางตำรวจไซเบอร์ให้ทำการอายัดบัญชี พร้อมติดต่อไปยังเจ้าของบัญชีแต่ก็ไม่ได้รับการตอบรับทำให้เชื่อได้ว่าบัญชีดังกล่าวถูกใช้เป็นบัญชีม้า ในการก่อเหตุ อย่างไรก็ตามสามารถอายัดเงินได้จำนวน 2 ล้านบาท ซึ่งเงินจำนวนนี้จะส่งมอบคืนให้กับผู้เสียหายหลังผ่านขั้นตอนการสอบสวน
นอกจากนี้ยังมีเคสอดีตข้าราชการหญิงสูงอายุที่ จ.เชียงใหม่ เหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่อ้างว่าโทรฯ มาจากกรมวิชาการเกษตร บอกให้ผู้เสียหายโอนเงินไปเพื่อตรวจสอบบำนาญตกทอดเกี่ยวกับสิทธิค่ารักษาพยาบาล ก่อนให้ผู้เสียหายโอนเงินไปกว่า 7 ล้านบาท โดยรายนี้สามารถอายัดเงิน 2 ล้านบาทมาคืนให้ได้อย่างรวดเร็ว ก่อนที่จะมีการเข้าแจ้งความ ตามโครงการความร่วมมือ “ปิดบัญชี ตามล่าม้า คว้าเงินคืน” ที่ บช.สอท.ร่วมกับธนาคารกสิกรไทยเช่นกัน

พล.ต.ท.ไตรรงค์ เปิดเผยว่า ตำรวจไซเบอร์และธนาคารกสิกรไทยมีความร่วมมือในโครงการ “ปิดบัญชี ตามล่าม้า คว้าเงินคืน” มีเป้าหมายในการตรวจสอบและติดตามการทำธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับการฉ้อโกงผ่านทางไซเบอร์ โดยการร่วมมือระหว่างตำรวจไซเบอร์และธนาคารกสิกรไทย จะดำเนินการตรวจสอบแหล่งที่มาของเงินที่ถูกโอนผิดและอายัดเงินคืนให้กับผู้เสียหายที่ได้รับผลกระทบจากการถูกหลอกลวง โดยการอายัดเงินที่ถูกหลอกลวงคืนให้กับผู้เสียหาย
สำหรับโครงการ “ปิดบัญชี ตามล่าม้า คว้าเงินคืน” นั้น การปิดบัญชี เป็นหน้าที่ของสถาบันการเงินและธนาคาร ที่ตรวจสอบบัญชีหรือธุรกรรมการเงินที่เข้าข่าย 21 ข้อ ตามประกาศของคณะกรรมการตามพระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ตามล่าม้า จะเป็นหน้าที่ของตำรวจไซเบอร์ในการติดตามจับกุมผู้ต้องหาที่ มีความเกี่ยวข้องในลักษณะของการเปิดบัญชีม้า ซึ่งจะนำไปสู่การติดตามนำเงินคืนให้ผู้เสียหายตามขั้นตอนต่อไป



