หลายคนอาจเคยชินกับการกดชักโครกขณะขับถ่าย เพื่อดับกลิ่นไม่พึงประสงค์ ก่อนจะนั่งทำธุระต่อไป แต่หารู้หรือไม่ว่าการกระทำนี้อาจทำให้คุณต้องพบเจอกับเชื้อโรคมากมายยิ่งกว่าเดิมหลายเท่า!
ทำไมการกดชักโครกขณะขับถ่ายถึงอันตราย?
ระเบิดเชื้อโรค:
เมื่อกดชักโครก น้ำจะสร้างแรงดันอากาศ ทำให้เชื้อโรคต่างๆ เช่น อีโคไล, ซัลโมเนลลา และโนโรไวรัส ฟุ้งกระจายไปในอากาศได้ไกลถึง 6 เมตร และลอยอยู่ในอากาศนานถึง 2 ชั่วโมง
เชื้อโรคเหล่านี้สามารถแพร่กระจายผ่านการสัมผัส เพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะและโรคทางเดินอาหาร
ขัดขวางการขับถ่าย:
เสียงกดชักโครกอาจรบกวนระบบประสาท ทำให้กล้ามเนื้อหูรูดคลายตัวก่อนเวลาอันควร ส่งผลให้รู้สึกอยากถ่ายไม่สุด
การขัดจังหวะการขับถ่ายบ่อยๆ อาจทำให้ลำไส้ใหญ่ไวต่อสิ่งเร้าลดลง และนำไปสู่โรคท้องผูกเรื้อรังได้
ฝาชักโครกกันกระเซ็น:
ถึงแม้ฝาชักโครกจะช่วยลดการกระเซ็นของน้ำ แต่ในพื้นที่ปิดแคบๆ กลับทำให้เชื้อโรคในอากาศเข้มข้นขึ้น

วิธีขับถ่ายที่ถูกสุขลักษณะ
- เปิดพัดลมดูดอากาศก่อนเข้าห้องน้ำ
- ปิดฝาชักโครกก่อนกดชักโครกหลังขับถ่ายเสร็จ
- ใช้ผ้าเปียกฆ่าเชื้อทำความสะอาดฝารองนั่ง
- ล้างมือด้วยสบู่นาน 30 วินาทีขึ้นไป
ห้องน้ำสาธารณะ แหล่งรวมเชื้อโรค
ปุ่มกดชักโครก: มีเชื้อโรคมากกว่าปุ่มกดโทรศัพท์ถึง 7 เท่า
ลูกบิดประตู: เป็นแหล่งรวมเชื้อโรคต่างๆ
เครื่องเป่ามือ: ลมร้อนจะพัดพาเชื้อโรคให้ฟุ้งกระจาย
ก๊อกน้ำ: มีเชื้อโรคที่ชอบอยู่ในน้ำ
คำแนะนำเพื่อสุขอนามัยที่ดี
- พกสเปรย์ฆ่าเชื้อและเจลล้างมือแอลกอฮอล์ 75% ติดตัวไว้
- หลีกเลี่ยงการสัมผัสสิ่งของในห้องน้ำสาธารณะโดยตรง
- ล้างมือให้สะอาด
ความสะอาดของห้องน้ำขึ้นอยู่กับการดูแลรักษา ไม่ใช่ประเภทของสุขภัณฑ์
การดูแลรักษาความสะอาดห้องน้ำอย่างสม่ำเสมอเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อลดความเสี่ยงในการสัมผัสเชื้อโรค และรักษาสุขภาพที่ดี.
ที่มาและภาพ : sohu



