กระดูกสะโพกหัก เป็นเรื่องที่พบบ่อยและเกิดขึ้นได้ง่ายในผู้สูงอายุ เนื่องจาก สภาพของกระดูกของคนวัยนี้จะเสื่อมถอยไปตามอายุที่มากขึ้น และหากผู้สูงอายุล้มแล้วเกิดภาวะกระดูกสะโพกหัก จึงเรื่องจำเป็นต้องได้รับการรักษาโดยด่วน มิฉะนั้นจะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อการใช้ชีวิตประจำวัน และเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนที่อาจอันตรายถึงแก่ชีวิตได้
“สถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล” มีเกร็ดความรู้มาบอกเล่าเกี่ยวกับลักษณะอาการ ปัจจัยเสี่ยง แนวทางการรักษา และการป้องกันกระดูกสะโพกหัก
กระดูกสะโพกหัก คือ การแตกหักของกระดูกบริเวณข้อสะโพก ซึ่งประกอบด้วยกระดูกโคนขา และกระดูกเชิงกราน โดยส่วนใหญ่กระดูกที่หัก จะเป็นส่วนหัวของกระดูกโคนขาที่เชื่อมต่อกับเบ้าสะโพก การหักของกระดูกสะโพกอาจเกิดจากอุบัติเหตุที่มีแรงกระแทกสูง หรือการล้มธรรมดา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้สูงวัยที่มวลกระดูกลดลง และมีภาวะกระดูกพรุน
อาการ “กระดูกสะโพกหัก”
@ ปวดบริเวณสะโพกหรือโคนขาอย่างรุนแรง
@ ไม่สามารถยืนหรือเดินได้ตามปกติ มีอาการเจ็บมาก
@ ขาข้างที่ได้รับบาดเจ็บมีลักษณะสั้นลงหรือบิดผิดรูป

@ บวม ช้ำ หรือมีรอยแดงบริเวณสะโพกหรือต้นขา
@ มีอาการปวดที่รุนแรงขึ้นเมื่อพยายามขยับขาหรือสะโพก
หากมีอาการเหล่านี้ ควรรีบพบแพทย์ทันทีเพื่อรับการตรวจวินิจฉัยและรักษาอย่างเหมาะสม
ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้กระดูกสะโพกหักในผู้สูงวัย
@ อายุที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพศหญิง
@ โรคกระดูกพรุน ทำให้กระดูกเปราะและแตกหักได้ง่าย
@ การขาดวิตามินดี และแคลเซียม ส่งผลให้กระดูกอ่อนแอลง
@ ภาวะกล้ามเนื้ออ่อนแรง ทำให้ควบคุมการทรงตัวได้ไม่ดี เพิ่มโอกาสล้ม
@ การใช้ยาบางชนิด เช่น ยานอนหลับหรือยาลดความดันเลือดที่อาจทำให้เวียนศีรษะและเสี่ยงต่อการล้ม
@ ภาวะทางสมอง เช่น โรคอัลไซเมอร์ หรือพาร์กินสัน ที่ส่งผลต่อการควบคุมร่างกาย
@ สิ่งแวดล้อมภายในบ้าน เช่น พื้นลื่น แสงสว่างไม่เพียงพอ หรือขอบพรมที่ทำให้สะดุดล้มได้ง่าย

อาการหลังการล้มของผู้สูงวัย ที่ควรรีบไปพบแพทย์
@ ปวดสะโพกอย่างรุนแรงและขยับตัวไม่ได้
@ รู้สึกชาหรืออ่อนแรงบริเวณขาหรือสะโพก
@ มีรอยฟกช้ำหรือบวมผิดปกติ
@ เดินหรือยืนไม่ได้หลังจากล้ม
@ มีภาวะหน้ามืดหรือหมดสติ
หากละเลยอาการเหล่านี้ อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้
การรักษากระดูกสะโพกหัก
วิธีรักษากระดูกสะโพกหัก ขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรงของอาการและสภาพร่างกายของผู้ป่วย
1. การผ่าตัด
-ผ่าตัดยึดกระดูก
-ผ่าตัดใส่ข้อเทียม
2. การรักษาแบบไม่ผ่าตัด
ในกรณีที่ผู้ป่วยมีภาวะร่างกายไม่แข็งแรงพอสำหรับการผ่าตัด แพทย์อาจใช้ยาบรรเทาอาการปวดและหลีกเลี่ยงการลงน้ำหนักขาที่บาดเจ็บจนกว่ากระดูกจะติด อย่างไรก็ตามสามารถพบภสวะกระดูกไม่ติดหรือผิดรูปได้มาก
การฟื้นฟูหลังการรักษา
1.กายภาพบำบัด เพื่อฟื้นฟูการเคลื่อนไหวและความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ
2.ออกกำลังกายเบาๆ เช่น การเดินหรือยืดเหยียดภายใต้การดูแลของแพทย์
3.โภชนาการที่เหมาะสม รับประทานอาหารที่มีแคลเซียมและวิตามินดีสูง เช่น นม ปลาเล็กปลาน้อย และผักใบเขียว
4.ปรับเปลี่ยนสิ่งแวดล้อมในบ้าน เช่น ติดราวจับในห้องน้ำ ใช้รองเท้ากันลื่น เพื่อลดความเสี่ยงในการล้มซ้ำ

การป้องกันกระดูกสะโพกหัก
1.ตรวจสุขภาพ เช่น ตรวจสายตาและสภาพเท้า
2.จัดบ้านให้ปลอดภัย ลดความเสี่ยงการพลัดตกหกล้ม
3.กินอาหารที่มีวิตามินดีและแคลเซียมอย่างพอเหมาะ
4.หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่และดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์
5.ออกกำลังกายเป็นประจำ
กระดูกสะโพกหักในผู้สูงวัยเป็นภาวะที่ไม่ควรมองข้าม เนื่องจากอาจส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตและนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนร้ายแรง หากมีอาการปวดสะโพกหลังจากการล้ม ควรรีบพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและรักษาทันที นอกจากนี้ การป้องกันโดยการเสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูกและหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยลดโอกาสเกิดภาวะนี้ในผู้สูงวัย.



