น.ส.อริยา ติรณะประกิจ รองกรรมการผู้จัดการ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย เปิดเผยว่า ในช่วง 9 เดือนที่เหลือของปี68 นี้ หุ้นกู้กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ที่ครบกำหนดมูลค่ารวม 121,054 ล้านบาท หรือไตรมาสละประมาณ 40,000 ล้านบาท มากเป็นอันดับ2 ของหุ้นกู้ที่ครบชำระในช่วงที่เหลือของปี 686,004 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาที่ผู้ประกอบการต้องเตรียมแผนรับมือ หลังจากได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหว โดยเฉพาะกลุ่มที่ไม่ได้รับการจัดอันดับเรตติ้งที่นักลงทุนจะเลือกลงทุนเพิ่มมากขึ้น ส่วนรายใหญ่ที่เรตติ้งดีนั้นเชื่อว่ายังปรับตัวได้
“ผลจากแผ่นดินไหวมองว่าบริษัทใหญ่ที่มีชื่อเสียงได้รับผลกระทบไม่มาก แต่แน่นอนว่านักลงทุนจะเริ่มสะท้อนว่าบริษัทใดทำได้ดี เสียหายน้อยจะได้รับความสนใจของนักลงทุนมากขึ้น ส่วนในหลายบริษัทที่ไม่ได้รับการจัดเรตติ้งก็อาจได้รับอานิสงส์เชิงบวกก็ได้หากโครงการไม่รับความเสียหาย”
ขณะที่ ช่วงไตรมาส1 ที่ผ่านมามีหุ้นกู้ผิดนัดชำระทั้งหมด 3 ราย มูลค่า 1,605 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มพลังงาน ลดลงจากปี67 ที่ผิดนัด 5 ราย มูลค่า 3,172 ล้านบาท และหุ้นกู้ที่เลื่อนกำหนดชำระ 9 ราย รวม 8,841 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่เลื่อนชำระ 17 ราย มูลค่ารวม 37,963 ล้านบาท
ที่ผ่านมาบริษัทเอกชนมีการออกหุ้นกู้ไปแล้ว 203,486 ล้านบาท ลดลง 1.76% จาก 207,000 ล้านบาท ในช่วงเดียวกันของปีก่อนเล็กน้อย จากกลุ่มไฮยีลด์ที่ลดลง 7% เนื่องจากบางบริษัทยกเลิกการออกหรือขอยืดอายุชำระหนี้ ส่วนกลุ่มเรตติ้งเอยังออกหุ้นกู้เพิ่มขึ้น ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มพลังงานที่ออกหุ้นกู้มากที่สุด อาทิ กัลฟ์ ไออาร์พีซี บางจาก ตามด้วยกลุ่มอสังหาฯซึ่งเป็นการเสนอขายตามปกติใน 40 กว่าบริษัท
อย่างไรก็ตามการออกหุ้นกู้ส่วนใหญ่เริ่มเสนอขายให้แก่รายย่อยเพิ่มขึ้นจาก 45% เป็น 55% และขายในกลุ่มสถาบันลดลงจากเดิม 60-70% เหลือ 43% จากกลุ่มสหกรณ์ออมทรัพย์มีความกังวลไม่สามารถออกหุ้นกู้ได้ จากการปรับเกณฑ์การลงทุน ให้ลงทุนในหุ้นกู้ได้ 1 เท่า ของทุนเรือนหุ้น จากที่ผ่านมาลงทุนได้ 3 เท่า ทำให้หลายบริษัทหันไปเสนอขายรายย่อย
นายสมจินต์ ศรไพศาล กรรมการผู้จัดการสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย กล่าวว่า มูลค่าคงค้างตลาดตราสารหนี้ไทย ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี68 เท่ากับ 17.5 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.2% จากปีที่แล้ว จากการเพิ่มขึ้นของมูลค่าคงค้างตราสารหนี้ที่ออกโดยภาครัฐเป็นสำคัญ ทั้งนี้ในส่วนของการออก



