สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 4 เม.ย. ว่า เฟดมีเป้าหมายสองประการ ในการจัดการกับภาวะเงินเฟ้อและปัญหาการว่างงาน และเผชิญกับภารกิจที่ในการกำหนดเส้นทางผ่านความไม่แน่นอน อันเกิดจากการประกาศมาตรการภาษีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งสร้างความวุ่นวายให้กับตลาดการเงิน
ทั้งนี้ อัตราเงินเฟ้อของสหรัฐ ยังคงสูงกว่าเป้าหมายระยะยาวของเฟดที่ 2% ขณะที่การเติบโตทางเศรษฐกิจยังคงแข็งแกร่ง และอัตราการว่างงานอยู่ใกล้ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ อย่างไรก็ตาม เฟดได้ระงับการลดอัตราดอกเบี้ยในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา
นางลิซา คุก สมาชิกคณะกรรมการของผู้ว่าการเฟด กล่าวว่า การคาดการณ์พื้นฐานของเธอ ยังคงคาดว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจจะชะลอตัว “ในระดับปานกลาง” ในปีนี้ โดยอัตราเงินเฟ้อจะสูงขึ้น และการต่อสู้กับภาวะเงินเฟ้อจะชะงักงัน เนื่องจากภาษีและการเปลี่ยนแปลงนโยบายอื่น ๆ
แม้มีความเป็นไปได้ที่ภาษีอาจทำให้เกิดการชะงักงันน้อยมาก แต่คุกกล่าวว่า เธอให้ความสำคัญกับสถานการณ์ที่ความเสี่ยงจะเอนเอียงไปในทางบวกสำหรับอัตราเงินเฟ้อ และทางลบสำหรับการเติบโตทางเศรษฐกิจ
“สถานการณ์เช่นนี้ ซึ่งอัตราเงินเฟ้อในช่วงแรกสูงขึ้น และการเติบโตทางเศรษฐกิจชะลอตัว อาจสร้างความท้าทายให้กับนโยบายการเงินของเฟด นั่นคือ การพยายามลดอัตราเงินเฟ้อ โดยไม่ทำให้อัตราการว่างงานพุ่งสูงขึ้น” คุก กล่าวทิ้งท้าย.
เครดิตภาพ : AFP



