เมื่อวันที่ 4 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่ น้องโฟกัส อายุ 18 ปี ถูก นายนพณัฐ หรือ นายแฟรงค์ อายุ 19 ปี ลูกบุญธรรมของ อดีต สจ. อ.หันคา จ.ชัยนาท แฟนหนุ่มฆ่าหมกทุ่งนาอยู่ในพื้นที่ ม.6 ต.หันคา อ.หันคา จ.ชัยนาท เมื่อช่วงค่ำวานนี้ โดยตำรวจได้จับกุมตัวนายนพณัฐ ผู้ก่อเหตุได้ทันที หลังเกิดเหตุที่บ้านของผู้ก่อเหตุ ซึ่งน้องโฟกัสนั้น เพิ่งจบ ม.6 สอบติดคณะศิลปะศาสตร์และวิทยาศาสตร์ สาขาการตลาด ม.เกษตรศาสตร์ กำลังไปเป็นเฟรชชี่ อนาคตสดใสรออยู่ ตามที่ได้มีการนำเสนอข่าวไปก่อนหน้านี้
ล่าสุด ผู้สื่อข่าวได้ภาพจากกล้องวงจรปิดของวันที่ 2 เมษายน 2568 ช่วงเวลา 23.24 น. ซึ่งเป็นวันที่นายเเฟรงค์พาน้องโฟกัสไปกินหมูกระทะก่อนจะลงมือก่อเหตุ นอกจากนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวนายแฟรงค์ ออกจากห้องขังเพื่อมาทำการสอบสวนเพิ่มเติม โดยระหว่างที่นายเเฟรงค์เดินออกจากห้องควบคุมขังนั้นนายเเฟรงค์ไม่ได้เปิดเผยพูดคุยกับผู้สื่อข่าวเเต่อย่างใดก่อนเดินเข้าไปพบกับพนักงานสอบสวน
ด้าน พ.ต.อ.ธนกฤต รวยอารี ผกก.สภ.หันคา เปิดเผยว่า เบื้องต้นทางผู้ต้องหาให้การรับสารภาพโดยทีเเรกยังให้การปฎิเสธ เเต่พอเห็นพยานหลักฐานของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงยอมรับสารภาพทั้งหมด พยานหลักฐานที่ตำรวจมีก็ประกอบไปด้วยพยานบุคคล พยานเเวดล้อมต่างๆ กล้องวงจรปิด รวมไปถึงพยานหลักฐานนิติวิทยาศาสตร์ จึงมัดตัวผู้ต้องหาได้ จากคำให้การของผู้ก่อเหตุ คบกับน้องโฟกัสมาได้ประมาณปีกว่าเเล้ว เเละมักจะมีพฤติกรรมทะเลาะกันอยู่ตลอด
ส่วนพฤติการณ์ในการก่อเหตุ นายเเฟรงค์ได้พาน้องโฟกัสไปกินหมูกระทะที่อำเภอใกล้เคียง จากนั้นก็เริ่มมีปากมีเสียงทะเลาะกัน พอมาถึงจุดเกิดเหตุก็มีการทะเลาะกันอย่างรุนเเรงจนขาดสติลงมือก่อเหตุ ส่วนปมในการก่อเหตุคือการหึงหวงเนื่องจากผู้ก่อเหตุได้ไปดูโทรศัพท์ของผู้ตาย เเละพบว่าผู้ตายนั้นคุยกับผู้ชายคนอื่น ซึ่งตรงนี้เป็นคำให้การของผู้ก่อเหตุเเต่เจ้าหน้าที่ได้ทำการเก็บโทรศัพท์ของผู้ตายเพื่อนำไปพิสูจน์อีกครั้ง
ส่วนในที่เกิดเหตุพบว่ามีร่องรอยของรถล้มทางเจ้าหน้าที่ยังไม่ทราบว่าเป็นรถของใคร เเต่จากรถของผู้ก่อเหตุที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้นตรวจยึดมาได้ไม่พบร่องลอยของการเกิดอุบัติเหตุ เเละส่วนอาวุธที่ผู้ก่อเหตุใช้นั้น ผู้ก่อเหตุไม่ได้มีการใช้อาวุธชนิดอื่นเเต่อย่างได เพียงเเต่ใช้เเค่การต่อยเเละเตะเพียงเท่านั้น เเละหลังจากที่ผู้ก่อเหตุลงมือทำร้ายร่างกายผู้ตายเเล้ว จากคำให้การผู้ต้องหาบอกว่า พยายามจะพาผู้ตายไปที่อื่น เเต่อุ้มไม่ไหวเเละเห็นว่าอาการน่าจะไม่รอดเเล้ว จึงลากลงไปจุดที่พบศพ
ส่วนประเด็นที่พ่อของผู้ก่อเหตุปัจจุบันไม่ได้ดำรงตำแหน่งเป็นนักการเมืองท้องถิ่นเเล้ว ภายหลังจากที่ผู้ก่อเหตุถูกจับกุมทางญาติก็ได้มีการเข้ามาติดต่อเข้าเยี่ยม เเละขอประกันตัวซึ่งตรงนี้ก็เป็นสิทธิของผู้ก่อเหตุ เเต่เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการคัดค้านการประกันตัวโดยผู้ต้องหานั้น ปฎิเสธการทำแผนประกอบรับคำสารภาพ เเละเบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ได้ทำการเเจ้งข้อหาเเล้ว 1 ข้อหา คือฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ส่วนประเด็นอำพรางซ่อนเร้นศพหรือไม่หากพบว่ามีหลักฐานไปถึงขั้นนั้นทางเจ้าหน้าที่ก็จะเเจ้งข้อหาเพิ่มเติม
ภายหลังจากการสอบปากคำเพิ่มเติม ซึ่งเจ้าหน้าที่ใช้เวลากว่า 3 ชั่วโมงในการสอบปากคำ จากนั้นก็ได้นำตัวนายเเฟรงค์ผู้ก่อเหตุขึ้นรถคุมขังเพื่อนำตัวไปฝากขังเเละดำเนินคดีตามกฎหมายที่ศาลจังหวัดชัยนาทโดยระหว่างนั้น นายเเฟรงค์ได้ยอมเปิดปากพูดกับผู้สื่อข่าวว่า รู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยทางฝ่ายผู้ตายต่อว่าด่าพ่อเเม่ ว่าเป็นกระหรี่ เเละอีกหลายอย่าง ตนเลยโมโห เเละขอโทษจากใจ ส่วนที่มีคนบอกว่าตนเองกร่างนั้นตนเองถูกใส่ร้าย เเละขอไม่พูดอะไรอีกเเล้ว




