เมื่อวันที่ 9 มิ.ย. พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.ธีรชาติ ธีรชาติธำรง ผบก.ปพ. พ.ต.อ.อภิชน ขันกา ผกก.4 บก.ปพ. พ.ต.ท.เสรี บุญยะรัตน์ พ.ต.ท.วศิน พันปี รอง ผกก.4 บก.ปพ. โดย พ.ต.ท.ไพบูลย์ พิมพ์กำเนิด สว.กก.4 บก.ปพ. นำกำลังเจ้าหน้าที่ กก.4 บก.ปพ. ร่วมกันจับกุม นายเล่ย์ อายุ 27 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดเชียงใหม่ ที่ จ 1202/2569 ลงวันที่ 19 พ.ค.69 ในความผิดฐาน “โดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน และฉ้อโกงประชาชน หรือเปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก โดยมิได้มีเจตนาใช้เพื่อตน ฯ” โดยจับกุมได้บริเวณหน้าสถานีรถไฟกรุงเทพอภิวัฒน์ แขวงจตุจักร เขตจตุจักร เวลาประมาณ 08.00 น.
สืบเนื่องจากเมื่อช่วงประมาณปลายปี 2565 ผู้เสียหายได้เข้าเว็บไซต์เกี่ยวกับการทำงานออนไลน์ ชื่อ “ภารกิจคอนเฟิร์มออเดอร์” จากนั้นผู้เสียหายได้กดลิงก์เข้าไปสมัครในแอปพลิเคชันปลอมชื่อ “MAKRO THAI” ซึ่งมิจฉาชีพจงใจตั้งชื่อแอบอ้างห้างสรรพสินค้าชื่อดัง เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ จากนั้นคนร้ายให้แอดไลน์เพื่อคุยกับ “แอดมิน” ก่อนจะถูกดึงเข้ากลุ่มไลน์ใหญ่ที่มีกลุ่ม “หน้าม้า” คอยโพสต์ภาพสลิปเงิน และข้อความอวดอ้างว่าได้รับผลกำไรจริง ซึ่งเป็นการใช้จิตวิทยาหมู่รุมล้อม และกระตุ้นให้เหยื่อเกิดความโลภ พร้อมสร้างเงื่อนไขว่าเหยื่อต้องโอนเงินสำรองซื้อสินค้าก่อน แล้วจะได้รับเงินต้นคืนพร้อมกำไรกลับมา ซึ่งในช่วงแรกได้เงินคืนจริงในยอดเงินจำนวนที่ไม่สูง จากนั้นจะมีการหว่านล้อมให้ผู้เสียหายเพิ่มยอดเงินลงทุนเพื่อรับกำไรที่สูงขึ้น ผู้เสียหายได้หลงกลโอนเงินเพิ่มเข้าไปอีกหลายครั้งรวมเป็นเงิน 64,560 บาท แต่เมื่อต้องการจะถอนเงินออก ปรากฏว่าแอดมินและสมาชิกในกลุ่มต่างเงียบหาย ไม่มีการตอบกลับ และบล็อกช่องทางการติดต่อทั้งหมดทันที ทำให้ผู้เสียหายรู้ตัวว่าถูกหลอกและเข้าแจ้งความดำเนินคดีไว้ที่ สภ.หางดง จ.เชียงใหม่
ซึ่งพนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานก่อนมีการขอศาลออกหมายจับไว้ ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้ทำการสืบสวน และได้รับแจ้งจากสายลับว่านายเล่ย์ ผู้ต้องหาตามหมายจับในคดีนี้นั้นหลบหนีไปอยู่ทางภาคใต้ และกำลังเดินทางขึ้นมากรุงเทพมหานคร จึงได้สืบสวนหาข่าวบริเวณดังกล่าว พบบุคคลมีตำหนิรูปพรรณคล้ายผู้ต้องหาตามหมายจับ จึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ จากการตรวจสอบทราบว่าบุคคลดังกล่าวตรงกันกับบุคคลตามหมายจับ โดยนายเล่ย์ ยอมรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง จากการสอบถามนายเล่ย์ เบื้องต้นให้การว่า ก่อนหน้านี้ตนเองประกอบอาชีพขายผักอยู่ในตลาดสี่มุมเมือง จ.ปทุมธานี และได้รู้จักกับต่างด้าวชาวกัมพูชา 2 คน ซึ่งเป็นเด็กที่ทำงานอยู่ในตลาดสี่มุมเมืองเหมือนกัน จากนั้นได้มีการชักชวนให้มาทำงานขายผักด้วยกัน เนื่องจากมีความสนิทสนมไว้เนื้อเชื่อใจ และได้เปิดบัญชีพร้อมสแกนใบหน้าใน “Mobile Banking” จำนวน 3 บัญชี ให้ในโทรศัพท์ของต่างด้าวทั้งสองคน จากนั้นต้นปี 2566 ต่างด้าวทั้งสองคนได้ขอกลับบ้านที่ประเทศกัมพูชาประมาณ 1 เดือน และกลับมาขายผักตามปกติ ก่อนหนีกลับประเทศไป ทั้งนี้ตนเองไม่ทร
ทราบว่าต่างด้าวทั้งสองคนได้นำบัญชีที่เปิดให้ไปทำอะไร และไม่รู้เรื่องกับการหลอกลวงดังกล่าว อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบประวัติพบว่าผู้ต้องหารายนี้มีคดีในลักษณะเดียวกันอีกจำนวนหลายคดี บางคดีมีการไกล่เกลี่ยผู้เสียหายไปแล้ว และบางคดีอยู่ระหว่างการสอบสวน ซึ่งหลังจากนี้เจ้าหน้าที่จะได้นำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.หางดง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.



