เรียกได้ว่ายังคงเป็นประเด็นที่หลายคนติดตามต่อกันต่อเนื่องกรณีข่าว “นายวันชัย มะอินทร์” หรือ บังมัด คลองตัน อดีตนักโทษอุกฉกรรจ์ ใช้มือตบหน้า “นายสันธนะ ประยูรรัตน์” อดีตตำรวจสันติบาล บริเวณร้านอาหารชื่อดังย่านทองหล่อ ตามที่ได้เสนอข่าวไปก่อนหน้านี้
ล่าสุดเมื่อวันที่ 4 เมษายน 2568 ผู้สื่อข่าวเดลินิวส์ออนไลน์ได้มีการต่อสายตรงกับ “สันธนะ“ โดยเปิดใจกับทีมข่าวว่า เหตุการณ์มันไม่ควรจะเกิดขึ้นเลยนะ คนที่มันก่อเหตุมันรู้สถานที่ เพราะผมก็ไปเที่ยวของผมปกติ อย่างที่ทราบผมไปที่นี่บ่อยเพราะประทับใจในการบริการ และเวลาไปครั้งหนึ่งก็มักจะไปหลายคน เราตั้งใจไปเที่ยวเพื่อความสนุกสนานกับกลุ่มเพื่อน อยากไปพักผ่อน ในทุก ๆ ที่ไม่ว่าจะไปที่ไหนก็ไม่เคยเกิดเหตุการณ์แบบนี้
ผมมักย้ำและเน้นตลอดเวลาเราไปใช้บริการสถานที่เขา เราจะต้องอย่าไปรบกวนหรือสร้างความเดือดร้อนกับลูกค้าคนอื่น หรือทางร้าน ก็ไม่เคยมีปัญหาอะไรที่ไหนนะ แต่คนที่ทำสิมันต้องคิดนะ ถ้ามันพูดว่าก็เคยมีอาชีพรับรถ อาชีพนี้มันต้องอาศัยสถานที่คือต้องใช้บริการของร้าน มันก็จะได้ประโยชน์ในอาชีพ มันยิ่งควรจะต้องเข้าใจ และยิ่งตั้งใจจะมาหาผม และผมอยู่ในสถานที่ อยากมีเหตุกับผมก็ควรจะรอให้ผมออกจากสถานที่หรือสถานบริการตรงนั้นก่อน ถ้าเจอกันข้างนอกก็จะได้ไม่มีประเด็นอะไรกับใครเพิ่ม แต่ดันเข้ามาเหมือนมีเจตนาเลย ผมพูดกับทุกคนและสังคมว่าสถานบริการเขาไม่เกี่ยว กระทั่งตำรวจท้องที่หรือพื้นที่ก็ไม่เกี่ยวนะ จะไปตำหนิพวกเขาไม่ได้นะ
สำหรับอาการบาดเจ็บ บอกเลยนะไม่มีครับ มันเป็นแค่ภาพมุมกล้องเหมือนว่าโดน แต่จริง ๆ คือโดนที่ไหนละ แต่ผมก็แค่สวนกลับเพื่อป้องกันตัวเอง เพราะฝั่งนั้นเขาเปิดมาก่อน ชั่วโมงนั้นถือว่ายังดีนะแค่ตบ ถ้าเจอกันข้างนอกมันก็คงไม่ใช่แค่นี้แหละมั้ง
ในส่วนของคดียืนยันนะว่าจะไม่แจ้งความ เพราะรู้ว่ายังไงคู่กรณีก็คงรีบมาแน่นอน ผมรู้เลยเพราะว่าเขาก็คงอยากได้ซีนพูดง่ายๆ ก็เลยคิดว่าไม่ได้อยากเล่นด้วย แค่นี้ก็เพียงพอเพราะก็คงอยากได้พื้นที่โซเชียลไว้หากิน ผมมันพื้นที่จริงสนามจริง ที่ผมไม่อยากเเจ้งความเพราะมันต้องมีการสอบสวนหลายเรื่อง สถานประกอบการก็ต้องปิด เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ก็จะต้องโดนเรื่องบกพร่อง คดีนี้มันไม่ใช่แค่ผมและคู่กรณีไง มันกลายเป็นว่ามีคนอื่นต้องเกี่ยวข้องอีก
และคู่กรณีที่ขู่จะยิงทิ้ง บอกเลยนะว่าเขาบ้าน้ำลาย ถ้าจะยิงก็ยิงมา วันนั้นไม่จำเป็นต้องเข้ามาตบ จะแค้นอะไรของมันก็แล้วแต่ มันผ่านมาตั้ง 4-5 ปี มันเก็บจนบูดเน่าทำไมเพิ่งมาคิดเเค้น แต่สิ่งที่ควรคิดไม่แค่ความปลอดภัยตัวเองนะ ผมคิดแค่สถานที่และบุคคลอื่นที่ไม่เกี่ยวข้อง ไหนจะพนักงานอีกกี่ร้อยชีวิตะละคู่กรณีต้องคิดนะถึงผลกระทบ ผมเป็นตำรวจไม่ตกใจแค่โจรขู่ ความเป็นตำรวจของผมมันเข้มข้นกว่าเยอะ
ถ้าถามว่าผมอยากฝากอะไรถึงคู่กรณี คงไม่มีแต่อยากเน้นไปที่เจ้าหน้าที่ ช่วยเน้นไปที่พฤติการณ์คน เพราะผมบริสุทธิ์ใจ กล่าวหาผมไปเรียกทรัพย์ ให้ไปหาหลักฐานตามที่พูดมา ผมไปทำกับใครบ้าง ถ้าไม่มีช่วยหยุดพูด ไปเช็กว่าคู่กรณีเขาทำมาหากินอะไรบ้าง ทำไมถึงไม่กล้าตรวจสอบ.



