เมื่อวันที่ 4 เม.ย. นายชาญชัย กิจศักดาภาพ ผอ.ส่วนปฏิบัติการพิเศษ หัวหน้าหน่วยเฉพาะกิจปราบปรามพิเศษ (พยัคฆ์ไพร) ได้มอบหมายให้นายพลกฤษณ์ ผิวคล้ำ หัวหน้าฝ่ายปราบปรามและคดีพิเศษ นำกำลังเจ้าหน้าที่ชุดพยัคฆ์ไพร ย้อนกลับเข้าไปตรวจสอบในพื้นที่ ต.บ่อเวฬุ อ.ขลุง จ.จันทบุรี อีกครั้ง โดยร่วมกับเจ้าหน้าที่ศูนย์ป้องกันและปราบปรามที่ 1 (ภาคกลาง) เจ้าหน้าที่สังกัดสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 9 (ชลบุรี) และตำรวจ กก.2 บก.ปทส. เป้าหมายคือสวนทุเรียนบนยอดเขา ท้องที่หมู่ที่ 4 ต.บ่อเวฬุ อ.ขลุง จากการตรวจสอบ พบรูปแบบการบุกรุก เหมือนกับทุกครั้งที่ผ่านมา คือใช้เครื่องจักรกลหนักเข้ามาปรับพื้นที่เป็นขั้นบันได มีการปลูกต้นทุเรียนอายุไม่เกิน 1 ปี 250 ต้น

ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่พบมีการทำไม้หวงห้าม ตามพระราชกฤษฎีกากำหนดไม้หวงห้าม พ.ศ. 2530 ตรวจสอบเป็นไม้พยอมทั้งท่อนและแปรรูป โดยในพื้นที่ ยังคงปรากฏต้นไม้ขนาดใหญ่บางส่วนถูกทำให้ยืนต้นตาย เจ้าหน้าที่จึงได้จับค่าพิกัดรอบแปลงที่ดิน คำนวณเนื้อที่ได้ 10-0-40 ไร่ และจากการใช้อากาศยานไร้คนขับ ปฏิบัติการบินถ่ายภาพบริเวณแปลงที่เกิดเหตุ บันทึกภาพลักษณะการใช้ประโยชน์พื้นที่

เมื่อนำมาตรวจสอบกับระบบภูมิสารสนเทศ พบว่าอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าตกพรม ไม่ปรากฏการสำรวจถือครอง เพื่อดำเนินโครงการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนตามนโยบายรัฐบาล (คทช.) และไม่พบการอนุญาตหรือสิทธิครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องในที่ดินแต่อย่างใด

เจ้าหน้าที่จึงได้ตรวจยึดพื้นที่ และไม้หวงห้ามทั้งหมด พร้อมนำเรื่องราวแจ้งความกล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน สภ.ตกพรม ในฐานความผิดตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ 2507 มาตรา 14 ประกอบมาตรา 31 มาตรา 26/4 และพระราชบัญญัติป่าไม้ 2484 มาตรา 11 ประกอบมาตรา 73 มาตรา 54 ประกอบมาตรา 72 ตรี และมาตรา 69 เพื่อดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดต่อไป สันนิษฐานว่าเป็นกลุ่มนายทุนใหญ่ไม่กลัวกฎหมาย ทั้งที่เจ้าหน้าที่บุกจับหลายรอบก็ไม่หวั่นเกรงใดๆ ทั้งสิ้น.




