ล่าสุดเมื่อวันที่ 5 เม.ย. 2568 “หมอเจด-เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์” รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา หรือที่หลายคนรู้จักดี ว่าเป็นเจ้าของเพจเฟซบุ๊ก “หมอเจด” ที่มักจะโพสต์ให้ความรู้เกี่ยวกับปัญหาสุขภาพ ก็ได้ออกมาพูดถึงของใกล้ตัวที่อยู่ทุกบ้าน
แต่เสี่ยงมะเร็งตับแบบไม่รู้ตัว

โดยเขียนระบุว่า “เชื่อว่าทุกบ้านมี เขียง ที่เราใช้ทำกับข้าวกันทุกวัน โดยเฉพาะเขียงไม้ที่ดูบ้าน ๆ ธรรมชาติ ๆ เนี่ยแท้จริงแล้วสาเหตุมะเร็งตับโดยที่เราไม่รู้ตัว ฟังดูน่ากลัว แต่มันก็ไม่ถึงขั้นต้องโยนเขียงทิ้งทันทีหรอกแค่เราต้องรู้จักดูแล และเข้าใจว่าทำไมมันถึงเป็นปัญหาได้วันนี้ผมจะมาเล่าให้ฟังมะนเป็นแบบนี้ได้ยังไง และเราควรระวังหรือเลือกใช้ยังไงดี”

1. เขียงไม้ = ที่สะสมเชื้อราระดับไม่น่าไว้ใจอธิบายแบบนี้นะครับว่า เขียงไม้เป็นของที่ใช้ไปนาน ๆ แล้วมันจะมีรอยบากเต็มไปหมดทีนี้พอเราหั่นหมู หั่นไก่ หั่นอะไรก็แล้วแต่ เศษอาหาร น้ำมัน และความชื้นมันจะเข้าไปฝังในร่องพวกนั้นแล้วถ้าเราไม่ได้ล้างสะอาดจริง ไม่ได้ผึ่งให้แห้งสนิท เชื้อราชนิดหนึ่งที่ชื่อว่า Aspergillus flavus หรือ A. parasiticus ก็อาจจะมาเติบโตตรงนั้นได้เลย เชื้อราพวกนี้ไม่ได้แค่น่าเกลียดอย่างเดียวแต่มันยังปล่อยสารพิษที่ชื่อว่า อะฟลาทอกซิน (Aflatoxin) ออกมาด้วย ซึ่งเดี๋ยวจะเล่าให้ฟังว่ามันร้ายยังไง

2. อะฟลาทอกซิน สาเหตุมะเร็งตับสารอะฟลาทอกซินนี่แหละครับ มันเป็น “สารก่อมะเร็งอันดับหนึ่ง” ที่องค์การอนามัยโลก (WHO) ยืนยันมาเลยว่าเป็นของจริงแน่นอน โดยเฉพาะมะเร็งตับแม้เราจะได้รับในปริมาณน้อย ๆ จากเศษอาหารบนเขียงบ้าง อาหารแห้งบ้างแต่ถ้ามันสะสมในร่างกายไปเรื่อย ๆ ทุกวัน ตับเราจะค่อย ๆ ถูกทำลายแบบเงียบ ๆ จนวันนึงอาจกลายเป็นมะเร็งตับได้โดยไม่รู้ตัวยิ่งคนที่เป็น ไวรัสตับอักเสบบีหรือซีอยู่แล้ว ยิ่งเสี่ยงเข้าไปใหญ่เลยครับ เพราะมันจะไปกระตุ้นให้ตับอักเสบรุนแรงขึ้นอีก

3. เขียงแบบไหนที่เสี่ยงที่สุด?เขียงไม้ไม่ได้ผิดอะไรนะครับ แต่ที่น่าห่วงคือพฤติกรรมการใช้งานของเราเอง ถ้าใช้แบบนี้ บอกเลยว่าเสี่ยงสุด ๆ
– ใช้มานานจนเป็นร่องลึก ผิวขรุขระ
– ไม่ล้างให้สะอาด หรือแค่ล้างน้ำเฉย ๆ แล้วเก็บเลย
– ตากไว้ในที่อับ ๆ อย่างใต้ซิงค์ หรือในถังครัวแบบปิดทึบ
– ใช้เขียงเดียวกันหั่นทั้งของดิบและของสุกฟังแล้วลองเช็กเขียงดูนะครับ หลายบ้านน่าจะทำแบบนี้กันเป็นเรื่องปกติเลย

4. ทำยังไงให้เขียงปลอดภัย ไม่เสี่ยงมะเร็ง? จริง ๆ ไม่ต้องเลิกใช้เขียงไม้หรอกครับ แค่เรารู้จักดูแลให้ถูกวิธีก็ช่วยลดความเสี่ยงได้เยอะมาก ลองทำตามนี้ดูแยกเขียงของดิบกับของสุกเด็ดขาด อย่างน้อยควรมี 2 เขียง
– ล้างเขียงด้วยน้ำร้อน น้ำส้มสายชู หรือเบกกิ้งโซดา
– หลังล้างแล้วต้อง “ตากให้แห้งสนิท” ห้ามเก็บตอนเปียก
– ถ้ามีแปรงขัดเขียงก็ใช้ขัดคราบตามร่องบ้างเป็นระยะ
– เปลี่ยนเขียงใหม่ทุก 6 – 12 เดือน อย่ารอให้ผุหรือมีกลิ่นใครขยันหน่อย เอาเขียงไปตากแดดอาทิตย์ละครั้งก็ช่วยฆ่าเชื้อได้ดีเลยครับ

5. แล้วถ้าจะเปลี่ยนเขียง ควรเลือกแบบไหนดี? เขียงมีหลายแบบมากครับ แต่ละแบบก็มีข้อดีข้อเสียต่างกัน ถ้าให้เปรียบเทียบแบบง่าย ๆ
– เขียงไม้ ฟีลธรรมชาติ ใช้แล้วนุ่ม ไม่บั่นมีด แต่ต้องดูแลเยอะมาก ต้องตากแห้งบ่อย ขัดบ่อย เปลี่ยนบ่อย เหมาะกับคนขยันล้างขยันดูแลหน่อย
– เขียงพลาสติก ล้างง่าย ไม่ดูดน้ำ ไม่เหม็น แต่ถ้าใช้ไปนาน ๆ จะมีรอยบากเยอะ เสี่ยง ไมโครพลาสติก ปนในอาหารเหมาะกับคนเน้นสะดวก แต่ควรเปลี่ยนบ่อยทุก 3-6 เดือน
– เขียงเหล็ก/สเตนเลส ล้างง่าย สะอาดสุด ๆ เชื้อราไม่มาแน่ แต่ผิวแข็งมาก อาจทำให้มีดบิ่น แถมเสียงดังเวลาหั่น เหมาะกับครัวที่หั่นเนื้อเยอะ ๆ

ถ้าถามว่าเลือกแบบไหน แนะนำเอาให้ตรงกับไลฟ์สไตล์และความชอบนะ และต้องต้องดูแลควบคู่แบบนี้ ใช้เขียงแยก “ของดิบ-ของสุก” เสมอถ้าใช้ไม้หรือพลาสติก ต้องหมั่นสังเกตรอย กลิ่น และความสะอาด ถ้ามีงบหน่อย แนะนำมีครบ 3 แบบ แล้วใช้ให้เหมาะกับอาหารแต่ละประเภท

ฝากด้วยนะครับ เพราะประเทศไทยติดอันดับโลกเรื่อง มะเร็งตับนอกจากนี้ยังต้องระวังของอื่น ๆ เช่น ข้าวสารเก่า ถั่วลิสงขึ้นรา อาหารแห้ง และแน่นอนเขียงไม้ก็ยังย้ำนะว่าเขียงไม้ไม่ได้ผิดอะไรหรอกครับ แต่วิธีที่เราใช้มันต่างหากที่สำคัญถ้าเราล้างดี ตากแห้ง ดูแลเหมือนอุปกรณ์ที่ต้องสัมผัสอาหารโดยตรงทุกวัน ก็ช่วยลดความเสี่ยงมะเร็งตับได้เยอะมากของบางอย่างมันไม่อันตราย ถ้าเราใช้อย่างเข้าใจแต่ของใกล้ตัวที่เรามองข้าม ไปบางทีมันก็อันตรายกว่าที่คิดใครมีคำถามคอมเมนต์ได้เลยนะครับ…

ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพ : @หมอเจด