จากกรณี นายมงคล ไชยภักดี หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน สนธิกำลังหลายหน่วยงาน ตรวจค้นบ้านเป้าหมาย พื้นที่หมู่ 5 บ้านแม่คะเมย ต.แก่งกระจาน อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ทลายแก๊งลอบล่าสัตว์ในผืนป่ามรดกโลกแก่งกระจาน โดยใช้อาวุธปืนสงคราม กระทั่งสามารถจับกุมพรานป่าได้ 2 คน พร้อมของกลาง ปืนเอ็ม 16 ปืนอื่นๆ หลายกระบอก ซากกระทิง และสัตว์อื่นๆ อีกจำนวนมาก โดยทั้ง 2 ซัดทอดไปถึงทนายความในภาคใต้ และเจ้าหน้าที่การประปานครหลวง ว่าเป็นเจ้าของบ้านและเจ้าของปืน ซึ่งขบวนการนี้อาจโยงไปถึงตำรวจยศ พ.ต.ท. นายหนึ่งด้วย ขณะที่ พนักงานจ้างเหมาบริการ หรือลูกจ้างทีโออาร์ กรมอุทยานฯ ซึ่งขึ้นกับ สบอ.3 สาขาเพชรบุรี 1 คน ทำตัวเป็นหนอนบ่อนไส้ ได้ถูกให้ออกจากงานเป็นที่เรียบร้อย รวมทั้ง กปน. ได้สั่งพ้นสภาพการเป็นตัวแทนของผู้ร่วมขบวนการล่าสัตว์ ที่เป็นตัวแทนของกปน. ส่วน พล.ต.อ.กรไชย คล้ายคลึง รองผบ.ตร. สั่งการให้ บก.ปทส. และ บก.ปทส. ภาค 7 เร่งขยายผลดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายอย่างเด็ดขาด ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

‘บิ๊กแจง’ ฮึ่ม สั่งสาวไส้คนมีสี โยงขบวนการล่าสัตว์ป่า หลังพบ ‘อดีตจ่าทหาร’ พัวพัน

ล่าสุด เมื่อวันที่ 7 เม.ย.68 ผู้สื่อข่าวเฉพาะกิจเดลินิวส์จากส่วนกลาง รายงานว่า จากการจับกุม นายพรานป่า 2 คน พร้อมของกลางจำนวนมากได้นั้น จากการสอบสวน นายพรานทั้ง 2 คน ยังคงไม่ปริปากให้การที่เป็นประโยชน์ต่อการขยายผล อย่างไรก็ตามจากการตรวจสอบปืนสงคราม เอ็ม 16 เอ 1 ตีทะเบียน และเครื่องกระสุน ที่ยึดได้ ทำให้สามารถทราบว่าปืนหลุดออกมาจากระบบราชการ จากค่ายทหารแห่งหนึ่ง ซึ่งปืนกระบอกนี้จำหน่ายออกมาใช้ในการฝึกยิงปืน ส่วนกระสุนปืนชนิดอื่นๆ ก็มีเลขลอตการผลิต ทำให้ทราบว่ามีการนำออกมาจากที่ไหน เนื่องจากบุคคลปกติทั่วไปไม่สามารถซื้อในเชิงพาณิชย์ได้มากมายขณะนี้

กระทั่งจากการสอบพยาน รวมทั้งตรวจสอบในทางลับ ทำให้ทราบว่า นอกจาก นายเน็ก ที่เป็นตัวแทนการประปานครหลวง ที่ถูกยกเลิกการเป็นตัวแทนไปแล้วนั้น ทำให้พบว่ามีผู้ร่วมขบวนการนี้นับ 10 คน โดยมี อดีตจ่าทหาร และอดีตครูฝึกยิงปืน ที่เป็นเจ้าของบ้านลอบปลูกในพื้นที่อุทยานฯ เป็นคนจัดหาอาวุธปืนเอ็ม 16 เอ 1 และคาดว่ามีปืนสงครามอีกส่วนหนึ่งที่ยังค้นหาไม่พบ มี ดาบตำรวจ สังกัด ตชด. ทางภาคใต้ คอยจัดหากระสุนปืน มี พนักงานจ้างเหมาบริการ หรือลูกจ้างทีโออาร์ กรมอุทยานฯ ซึ่งขึ้นกับ สบอ.3 สาขาเพชรบุรี ที่ถูกไล่ออกแล้ว คอยรายงานข่าวและชี้เป้ายิงสัตว์ ยังมี อดีตพนักงานราชการ ตำแหน่งพิทักษ์ป่า 2 นาย ที่ลาออกหลังถูกชาวบ้านล้อมจับขณะล่าสัตว์ในอุทยานฯ แก่งกระจานเมื่อปี 2566 เกี่ยวพันด้วย และยังมี หญิงสาวเจ้าของที่พักใกล้ที่เกิดเหตุ น่าจะมีส่วนรู้เห็น ทำหน้าที่ขายซากและเนื้อสัตว์ป่าตามใบสั่ง รวมทั้ง พ.ต.ท. นายหนึ่ง ที่มาร่วมสังสรรค์ปาร์ตี้กินเนื้อสัตว์ป่า ซึ่งอยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐานขยายผลเครือข่ายโยงใยดังกล่าวนี้ตามขั้นตอนของกฎหมาย

หัวหน้าอุทยานฯแก่งกระจาน ลุยเองบุกจับลอบล่า กระทิง-กวางป่า ในเขตผืนป่ามรดกโลก

นอกจากนี้ จากการขยายผลเทียบเคียงกับคดีลักลอบล่ากระทิงและกวางป่า บริเวณป่าบ้านป่าเด็งเหนือ ในเขตอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เมื่อวันที่ 10 ก.พ.68 ที่ผ่านมา ซึ่งขณะนี้นายพรานมือยิงกระทิงได้หลบหนีข้ามแดนไปยังฝั่งเมียนมาแล้วนั้น ยังพบว่า ขบวนการนี้มีความเกี่ยวพันเชื่อมโยงถึงกัน โดยเชื่อว่า อดีตจ่าทหาร มีความเกี่ยวพันในการจัดหาปืนลูกซองและเครื่องกระสุน มาให้ ซึ่งเชื่อได้ว่าขบวนการนี้เป็นขบวนการใหญ่ และเจ้าหน้าที่รัฐต้องแกะรอยกวาดล้างให้สิ้นซาก