สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงเคียฟ ประเทศยูเครน เมื่อวันที่ 10 เม.ย. ว่า เซเลนสกีกล่าวว่า รัฐบาลเคียฟพร้อมที่จะซื้อยุทโธปกรณ์ของสหรัฐ มูลค่าสูงถึง 50,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.7 ล้านล้านบาท) และเจ้าหน้าที่รัฐยูเครน มีกำหนดจัดการประชุมกับคณะผู้แทนสหรัฐในสัปดาห์หน้า ตามส่วนหนึ่งในความพยายามของรัฐบาลวอชิงตัน ในการผลักดันให้รัฐบาลมอสโกและรัฐบาลเคียฟ บรรลุข้อตกลงหยุดยิง

เพียงหนึ่งวันหลังจากเซเลนสกีอ้างว่า กองทัพยูเครนทำการจับกุมพลเมืองชาวจีน 2 คน ที่ต่อสู้ให้กับกองทัพรัสเซีย ในภูมิภาคโดเนตสก์ ทางตะวันออกของประเทศ เขากล่าวว่า รัฐบาลเคียฟมีรายละเอียดของชาวจีนมากกว่า 150 คน ที่ถูกส่งมาต่อสู้ในแนวหน้า ซึ่งทางยูเครนพร้อมที่จะปล่อยชาวจีนที่ถูกจับกุม เพื่อแลกกับเชลยสงครามชาวยูเครนที่ถูกคุมขังในรัสเซีย

“การมีส่วนร่วมอย่างเปิดเผยของพลเมืองจีน ในปฏิบัติการรบบนดินแดนยูเครนเช่นนี้ ถือเป็นการดำเนินการที่จงใจนำไปสู่การขยายสงคราม ซึ่งเป็นอีกตัวบ่งชี้หนึ่งที่แสดงให้เห็นว่า รัฐบาลมอสโกจำเป็นต้องยืดเวลาการสู้รบออกไป” เซเลนสกี กล่าวเพิ่มเติม

ทั้งนี้ การวิพากษ์วิจารณ์ครั้งใหม่ต่อรัสเซียและจีน เกิดขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมง หลังรัฐบาลปักกิ่งปฏิเสธแนวคิดที่ว่า พลเมืองจำนวนมากถูกเกณฑ์ไปต่อสู้ร่วมกับรัสเซีย และเตือนชาวจีนให้หลีกเลี่ยงการมีส่วนเกี่ยวข้องในความขัดแย้งทางอาวุธทุกรูปแบบ

“นี่เป็นความผิดพลาดครั้งที่สองของรัสเซีย โดยครั้งแรกคือเกาหลีเหนือ ซึ่งรัสเซียลากประเทศอื่น ๆ เข้าสู่สงคราม และผมเชื่อว่า พวกเขากำลังลากจีนเข้าสู่สงครามครั้งนี้ด้วย” เซเลนสกี กล่าวกับผู้สื่อข่าวในกรุงเคียฟ.

เครดิตภาพ : AFP