เมื่อเวลา 09.50 น. วันที่ 11 เม.ย. ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานประชุมติดตามสถานการณ์การท่องเที่ยวไทย โดยมีตัวแทนสำนักงานท่องเที่ยวต่างประเทศในประเทศต่างๆ 34 ราย ร่วมประชุมผ่านระบบซูม โดยนายกฯ กล่าวว่า อย่างที่ทราบกันว่าปีนี้เราประกาศไปว่าเป็นปี Amazing Thailand Grand Tourism and Sports Year ซึ่งเราพยายามยกระดับเรื่องการท่องเที่ยวให้ทั่วโลกยอมรับมากขึ้น และเห็นเราในมิติใหม่ๆ มากขึ้น ที่เป็นมากกว่าสถานที่ที่ประเทศไทยมีแค่วัดสวย เราพยายามจะเปลี่ยนมิติใหม่ๆ ให้การท่องเที่ยวมีอะไรเพิ่มขึ้น มีทางเลือกเพิ่มขึ้น และที่สำคัญเราพยายามโปรโมตว่าประเทศไทยเราเที่ยวได้ทุกเดือน ตามฤดูต่างๆ ก็มีประเทศที่ชอบต่างๆ กัน เช่น ฤดูฝน ประเทศที่ไม่ค่อยมีฝนก็ชอบ และอยากจะมาท่องเที่ยว ฉะนั้นเราก็จะพยายามทำให้การท่องเที่ยวของเราน่าสนใจมากยิ่งขึ้น 

นายกฯ กล่าวต่อว่า ซึ่งหลังจากช่วงสถานการณ์โควิด-19 ที่ผ่านมา ยอดการท่องเที่ยวของเราก็ตกลง ซึ่งเราก็พยายามจะเร่งกลับไป แต่โชคร้ายที่มีเรื่องของแผ่นดินไหว ซึ่งจริงๆ ต้องให้ทุกฝ่ายช่วยกันโปรโมตว่ามันไม่ได้มีความเสียหายในจุดอื่นๆ นอกจากเหตุการณ์ตึกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ถล่มที่เห็นชัด แต่นอกเหนือจากนั้นในกรุงเทพฯ ปลอดภัย ไม่ได้มีอะไรและไซต์งานตรงนั้นก็เริ่มเคลียร์ให้เรียบร้อยหมดแล้ว ไม่มีอะไรที่น่าเป็นห่วง จำนวนนักท่องเที่ยวก็เรื่องหนึ่ง แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือเงินที่เขาเข้ามาใช้จ่ายในประเทศ เราต้องให้นักท่องเที่ยวเรามีจุดหมายในการท่องเที่ยว จากที่มา 2-3 วันแล้วไป เราทำได้หรือไม่ให้เกิดการอยู่ยาวมากขึ้น เช่น ให้มารักษาตัว และการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวไปยังชาติต่างๆ ก็ต่างกัน นอกจากนี้ การบอกว่าอยากได้นักท่องเที่ยวมากขึ้น แต่ถ้าสิ่งอำนวยความสะดวก การบริการ เราไม่ตอบโจทย์เขา ก็อยากให้ทำทุกรูปแบบให้ครบวงจร  อย่างไรก็ตาม ตัวเลขค่าใช้จ่ายจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ ปี 67 อยู่ที่ 1.67 ล้านล้านบาท แต่ตัวเลขปี 62 ก่อนโควิด 2.2 ล้านล้านบาท เราไม่ขอพูดตัวเลขที่ยังไม่เกิดขึ้นแต่จะทำอย่างไรให้ตัวเลขไปถึงยอดเดิมที่เราเคยได้.