สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเขตบริหารพิเศษฮ่องกง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 16 เม.ย. ว่า สำนักงานไปรษณีย์ฮ่องกงออกแถลงการณ์ ระงับการส่งจดหมายและพัสดุที่มีปลายทางคือสหรัฐ อีกทั้งจะไม่มีการเก็บภาษีศุลกากรในนามของสหรัฐ


ทั้งนี้ ไปรษณีย์ฮ่องกงจะหยุดจัดส่งไปรษณียภัณฑ์และพัสดุไปรษณีย์แบบภาคพื้นไปยังสหรัฐ ที่หมายถึงการขนส่งทางบกและทางเรือ “ทันที” ส่วนไปรษณียภัณฑ์และพัสดุไปรษณีย์ซึ่งขนส่งทางอากาศ จะหยุดรับตั้งแค่วันที่ 27 เม.ย. นี้


สำหรับไปรษณียภัณฑ์และพัสดุไปรษณีย์แบบภาคพื้น ซึ่งไปรษณีย์ฮ่องกงยังไม่ได้จัดส่ง เจ้าหน้าที่จะติดต่อไปยังผู้ส่ง เพื่อคืนสิ่งของและค่าธรรมเนียมทั้งหมด ตั้งแต่วันที่ 22 เม.ย. อย่างไรก็ตาม ไปรษณีย์ภัณฑ์เฉพาะเอกสารจะยังไม่ได้รับผลกระทบ


ความเคลื่อนไหวดังกล่าวของไปรษณียฮ่องกงเกิดขึ้น หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหาร เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เพิ่มอัตราการเก็บภาษีพัสดุขนาดเล็ก ที่มีต้นทางจากจีน จาก 30% ขึ้นเป็น 90% มาตรการดังกล่าวมีผลตั้งแต่วันที่ 2 พ.ค. นี้


คำสั่งฉบับนี้เป็นการแก้ไขคำสั่งฝ่ายบริหาร ซึ่งทรัมป์ลงนามเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ยุติการยกเว้นภาษีศุลกากร สำหรับพัสดุขนาดเล็กซึ่งส่งออกมาจากจีน ภายใต้กฎซึ่งเรียกกันว่า “ดี มินิมิส” (de minimis) คือการที่สหรัฐอนุญาตให้พัสดุหรือสินค้า ซึ่งมีมูลค่าไม่เกิน 800 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 26,702 บาท) สามารถเข้าประเทศได้ โดยไม่ต้องเสียภาษีเพิ่ม


หมายความว่า นับตั้งแต่วันที่ 2 พ.ค. นี้ พัสดุที่ส่งมายังสหรัฐภายใต้เงื่อนไขดี มินิมิส หากมีต้นทางจากจีน ต้องเสียภาษีในอัตรา 90% ของมูลค่า หรือ 75 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 2,503.31 บาท) และจะเพิ่มการเก็บค่าธรรมเนียมเป็น 150 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 5,006.63 บาท) ตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย. ที่จะถึง.

เครดิตภาพ : AFP