เมื่อวันที่ 23 เม.ย. ฝ่ายประชาสัมพันธ์ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. แจ้งว่า ที่ประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) ทอท. ซึ่งมีนายอภิรัฐ ไชยวงศ์น้อย ประธานกรรมการ ทอท. เป็นประธาน ได้รับทราบการลาออกของนายกีรติ กิจมานะวัฒน์ จากการดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการใหญ่ ทอท. ตามสัญญาจ้างผู้บริหาร ฉบับลงวันที่ 21 มี.ค. 2566 โดยมีเหตุอันสมควรเนื่องจากมีความจำเป็นต้องดูแลบิดาและมารดา ซึ่งเจ็บป่วยด้วยโรคชรา รวมทั้งการลาออกจากตำแหน่งกรรมการ ทอท. การดำรงตำแหน่งในคณะกรรมการชุดย่อย และคณะอนุกรรมการที่สนับสนุนการปฏิบัติงานของคณะกรรมการ ทอท. ในทุกชุดที่ดำรงตำแหน่งในฐานะกรรมการ ทอท. มีผลตั้งแต่วันที่ 24 เม.ย.2568  

น.ส.ปวีณา จริยฐิติพงศ์ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สายงานวิศวกรรมและการก่อสร้าง

พร้อมกันนี้ที่ประชุมบอร์ด ทอท. ยังมีมติแต่งตั้งให้ น.ส.ปวีณา จริยฐิติพงศ์ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สายงานวิศวกรรมและการก่อสร้าง รักษาการตำแหน่งผู้อำนวยการใหญ่ ทอท. ตั้งแต่วันที่ 24 เม.ย.2568 จนกว่าจะมีการแต่งตั้งผู้อำนวยการใหญ่ ทอท.คนใหม่ อย่างไรก็ตาม การก้าวลงจากตำแหน่งของนายกีรติ ถือเป็นการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ ซึ่ง ทอท. จะยังคงต่อยอดนโยบายการยกระดับมาตรฐานการให้บริการสนามบินในฐานะศูนย์กลางการบินระดับภูมิภาค และระดับโลกต่อไป

ตลอดช่วงการบริหารงาน ทอท. ของนายกีรติ ได้มุ่งมั่นพัฒนายกระดับสนามบินไทยไปสู่ศูนย์กลางการบินในภูมิภาค ในฐานะประตูต้อนรับผู้เดินทางจากทั่วโลก ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการสนับสนุนภาคเศรษฐกิจ สังคม และการท่องเที่ยว เพื่อการเติบโตที่มั่งคงและยั่งยืน โดยในปี 2568 ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) ได้รับการยอมรับในระดับโลก โดยได้รับการจัดอันดับจาก Skytrax ให้เป็นสนามบินที่ดีที่สุดในโลก (World’s Best Airport) ในอันดับที่ 39 ขยับขึ้นจากอันดับที่ 58 โดยขึ้นมา 19 อันดับจากปีก่อน และยังได้รับการจัดอันดับสนามบินที่พัฒนาได้ดีที่สุดของโลก (The World’s most Improved Airport) ในอันดับที่ 3 รวมทั้งยังได้รับรางวัลสนามบินที่สวยที่สุดในโลก (The World Most Beautiful List 2024) สาขาสถาปัตยกรรมดีเด่นด้านรูปลักษณ์อาคาร (Exterior) จากคณะกรรมการ The Prix Versailles Selection Committee ร่วมกับ UNESCO

ขณะที่ท่าอากาศยานดอนเมือง (ทดม.) ติดอันดับ 8 ของสนามบินสำหรับสายการบินต้นทุนต่ำที่ดีที่สุดในโลก (World’s Best Low-Cost Airline Terminals) ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลในการผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการบินในภูมิภาค และมีท่าอากาศยานของไทยติดอันดับ 1 ใน 50 สนามบินที่ดีที่สุดในโลก และยังได้มีการเปิดให้บริการอาคารเทียบเครื่องบินรองหลังที่ 1 (Satellite1 – SAT1) และทางวิ่งเส้นที่ 3 ทสภ.เพื่อเพิ่มศักยภาพการรองรับผู้โดยสารจาก 45 ล้านคน เป็น 60 ล้านคนต่อปี ซึ่งเป็นก้าวสำคัญของ ทอท. ในการรองรับอนาคตการเดินทางของผู้โดยสารจากทั่วโลก

นอกจากนี้นายกีรติ ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาเทคโนโลยีนวัตกรรมในอุตสาหกรรมการบินเพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับผู้โดยสารและแก้ปัญหาความแออัดภายในสนามบิน ก้าวสู่ยุค Digital Transformation อย่างแท้จริง ครอบคลุมท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่ง เช่น การนำเอาระบบ Biometric มาใช้ในการระบุตัวตนของผู้โดยสารเพื่ออำนวยความสะดวก การเช็กอินด้วยความสะดวกผ่านระบบ CUSS / CUBD เป็นต้น ซึ่งตระหนักถึงความยั่งยืนเพื่อขับเคลื่อนสนามบินของ AOT สู่การเป็นต้นแบบท่าอากาศยานสากลชั้นนำที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Green Airport) โดยได้ผลักดันให้ ทสภ.เป็นสนามบินแห่งแรกในประเทศไทยที่ใช้พลังงานสะอาดมาผลิตพลังงานไฟฟ้า 37.81 เมกะวัตต์ รวมถึงมีนโยบายเปลี่ยนยานพาหนะในสนามบินทั้งหมดเป็นระบบยานยนต์ไฟฟ้า ตลอดจนติดตั้งสถานี EV Charge สำหรับรถโดยสารสาธารณะไฟฟ้าด้วย

แม้จะยังมีโครงการสำคัญอีกมากที่อยู่ระหว่างการดำเนินการ และต่อยอด แต่การเปลี่ยนผ่านนี้จะไม่หยุดยั้งการพัฒนา ทอท. ในการเป็นองค์กรที่นำหน้าในด้านการบิน และการบริการสนามบิน โดยจะยังคงเดินหน้าสู่อนาคตที่ยั่งยืนและสร้างประโยชน์ให้กับประเทศชาติ และเศรษฐกิจในระดับโลกต่อไป.