‘เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI’ ยังคงเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนความก้าวหน้าทั้งทางวิทยาศาสตร์และสังคมอย่างต่อเนื่องท่ามกลางความท้าทายมากมายที่โลกกำลังเผชิญ ตั้งแต่ปัญหาสภาพภูมิอากาศที่รุนแรง ความเหลื่อมล้ำทางสังคม ความต้องการด้านสุขภาพที่เพิ่มสูงขึ้น ไปจนถึงประเด็นความมั่นคงทางอาหาร

ด้วยศักยภาพในการวิเคราะห์ข้อมูลจำนวนมหาศาลและการเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการต่างๆ ได้อย่างน่าทึ่ง จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ AI กลายเป็นเครื่องมืออันทรงพลังในการจัดการกับปัญหาเชิงระบบและสร้างผลลัพธ์เชิงบวกในระยะยาว

‘อาลีบาบา คลาวด์’ ในฐานะผู้นำเทคโนโลยีระดับโลก ได้แสดงบทบาทสำคัญในการส่งเสริมการประยุกต์ใช้ AI เพื่อแก้ไขปัญหาสำคัญของมนุษยชาติ ภายใต้แนวคิด ‘AI for social good’ ซึ่งมุ่งเน้นการนำศักยภาพของ AI มาสร้างคุณประโยชน์อย่างแท้จริงให้กับสังคม

‘จิงเหริน โซว’ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีของอาลีบาบา คลาวด์ กล่าวว่า บริษัทไม่เพียงแค่สำรวจว่า AI ใช้ทำอะไรได้บ้าง แต่ยังมุ่งมั่นที่จะวางรากฐานใหม่ในการนำ AI ไปขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงในระดับโครงสร้าง เพื่อสร้างสรรค์อนาคตที่ยั่งยืนและมีความเท่าเทียมมากขึ้น

ตลอดปีที่ผ่านมา อาลีบาบาได้เปิดตัวโครงการสำคัญๆ ในหลากหลายด้านซึ่งแสดงให้เห็นถึงการประยุกต์ใช้ AI อย่างสร้างสรรค์และมีเป้าหมายเพื่อประโยชน์ส่วนรวม หนึ่งในนั้นคือ โมเดลพยากรณ์อากาศ ‘ปากวน’ (Baguan) ที่พัฒนาด้วยเทคโนโลยี AI ขั้นสูง ปากวนสามารถให้ข้อมูลอัปเดตรายชั่วโมง ด้วยความแม่นยำในระดับพื้นที่หนึ่งตารางกิโลเมตร และคาดการณ์ล่วงหน้าได้ถึง 10 วัน ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้ภาคพลังงาน โดยเฉพาะพลังงานหมุนเวียน สามารถวางแผนและบริหารจัดการระบบไฟฟ้าได้อย่างมีเสถียรภาพ ควบคู่ไปกับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

ในด้านการแพทย์ อาลีบาบาได้พัฒนาเครื่องมือ AI ที่มีชื่อว่า ‘PANDA’ สำหรับการวินิจฉัยโรคมะเร็งได้อย่างแม่นยำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการตรวจหามะเร็งท่อน้ำดีในตับอ่อน ซึ่งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตของผู้คนจำนวนมากในแต่ละปี PANDA ได้ถูกนำไปใช้งานจริงในโรงพยาบาลในมณฑลเจ้อเจียง และแสดงให้เห็นถึงความแม่นยำในการตรวจจับความผิดปกติที่สูงกว่านักรังสีวิทยาถึง 34.1% นับตั้งแต่เปิดตัวในปี 2566 ระบบดังกล่าวยังได้รับการขยายขอบเขตการใช้งานเพื่อตรวจหามะเร็งชนิดอื่นๆ เพิ่มเติม ซึ่งช่วยลดต้นทุนและเพิ่มโอกาสในการตรวจพบโรคในระยะเริ่มต้น

ในภาคการเกษตร ได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเจ้อเจียงและสถาบันวิทยาศาสตร์การเกษตรของจีน ในการวิจัยการใช้ AI เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลทางพันธุกรรมสำหรับการปรับปรุงพันธุ์พืช โดยผลการศึกษาที่ถูกตีพิมพ์ในวารสาร Cell Research ได้เปิดเผยว่าค้นพบ single methylation polymorphisms (SMPs) กว่า 287 ล้านชุด และยีนสำคัญ 43 รายการที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเส้นใยพืช ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการพัฒนาการเกษตรในอนาคต

ในส่วนของไวรัสวิทยา ความร่วมมือระหว่างอาลีบาบา คลาวด์ มหาวิทยาลัยซุนยัดเซ็น และมหาวิทยาลัยซิดนีย์ ได้พัฒนาอัลกอริธึม ‘LucaProt’ ซึ่งเป็นระบบ deep-learning ที่มีความสามารถในการตรวจจับไวรัส RNA ได้อย่างแม่นยำ งานวิจัยดังกล่าว ซึ่งถูกตีพิมพ์ในวารสาร Cell Research ได้ค้นพบไวรัส RNA ชนิดใหม่ถึง 160,000 ชนิด และกลุ่มซุปเปอร์ไวรัส RNA อีก 180 กลุ่ม ซึ่งถือเป็นข้อมูลขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีการเปิดเผยในสาขาไวรัสวิทยา และจะช่วยเสริมสร้างศักยภาพในการรับมือกับโรคติดเชื้อในอนาคต

นอกจากนี้ อาลีบาบายังได้พัฒนาแพลตฟอร์ม AI ที่สามารถสร้างหนังสือภาพเฉพาะบุคคลสำหรับเด็กออทิสติก (ASD) โดยแปลงประโยคสั้นๆ ให้กลายเป็นหนังสือภาพที่มีภาพกราฟิก เสียง และคำบรรยาย เพื่อเป็นเครื่องมือในการเรียนรู้และสื่อสารกับโลกรอบตัว นับตั้งแต่เปิดตัวเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา มีการใช้งานเครื่องมือนี้ไปแล้วราวๆ 200,000 ครั้ง ซึ่งเป็นการสนับสนุนครูและนักศึกษาในประเทศจีนสามารถสร้างสื่อการเรียนรู้ที่ตอบสนองความต้องการของเด็กพิเศษได้

จากการประยุกต์ใช้ AI ในหลากหลายมิติ ตั้งแต่การพยากรณ์อากาศ การตรวจวินิจฉัยโรค การวิเคราะห์พันธุ์พืช การค้นพบไวรัสใหม่ ไปจนถึงการส่งเสริมการเรียนรู้สำหรับเด็กพิเศษ เหล่านี้แสดงให้เห็นว่าเทคโนโลยีไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือสำหรับอนาคตเท่านั้น แต่ยังสามารถสร้างผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมได้ในปัจจุบัน และเมื่อถูกนำมาใช้อย่างมีเป้าหมายและมีความรับผิดชอบ ก็จะสามารถเป็นพลังสำคัญในการสร้างสรรค์โลกที่ดีกว่าให้เกิดขึ้นได้อย่างแท้จริง