น.ส.ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ททท.ได้หารือร่วมกับผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวกว่า 100 ราย เพื่อเตรียมพร้อมในการเข้าร่วมโครงการ อะเมซิ่ง ไทยแลนด์ แกรนด์ เซลล์ 2026 ที่จะจัดขึ้นในเดือนมิ.ย.-ส.ค.นี้ เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายและการเดินทางของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ทั้งตลาดระยะใกล้และระยะไกล ที่เติบโตดี ซึ่งจากสถิติปี 66-67 พบว่านักท่องเที่ยวต่างชาติได้ชอปปิงและของที่ระลึกอยู่ที่สัดส่วน 15-20% ของค่าใช้จ่ายทั้งหมด ซึ่งเป็นอันดับ 3 รองจากค่าที่พักและค่าอาหารและเครื่องดื่ม โดยตลาดหลักที่มีกำลังซื้อสูงสุด ได้แก่ สาธารณรัฐประชาชนจีน สิงคโปร์ สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร ญี่ปุ่น ฝรั่งเศส ออสเตรเลีย อินเดีย เกาหลี และฮ่องกง ตามลำดับ

ทั้งนี้ในการจัดโครงการอะเมซิ่ง ไทยแลนด์ แกรนด์ เซลล์ ปีนี้ จะมอบส่วนลดและสิทธิพิเศษทั้งในเมืองหลักและเมืองน่าเที่ยวให้แก่นักท่องเที่ยวต่างชาติ ด้วย โดยในช่วงจัดงานนี้ถือเป็นช่วงกรีน ซีซั่น ซึ่งพื้นที่หลักในการจัดกิจกรรม จะมีทั้งกรุงเทพฯ ชลบุรี (พัทยา) เชียงใหม่ อุดรธานี ภูเก็ต และสงขลา (หาดใหญ่) เพื่อเร่งกระตุ้นการใช้จ่ายและตอบโจทย์แคมเปญ Unforgettable Experience ที่จะสร้างประสบการณ์ที่ดีแก่นักท่องเที่ยว ควบคู่กับการผลักดันเสน่ห์ไทยผ่านสินค้าแบรนด์ไทยและสนับสนุนนักออกแบบไทย ครอบคลุมสินค้าแฟชั่น งานคราฟต์ เครื่องประดับ และสินค้ารักษ์โลกจากวัสดุรีไซเคิล เพื่อมอบประสบการณ์การชอปปิงรูปแบบใหม่ด้วยคุณภาพระดับพรีเมียมที่เข้าถึงได้

นายณัฐ ครุฑสูตร รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว ททท. กล่าวว่า การเตรียมความพร้อมนี้ มีเป้าหมายเพื่อเชิญชวนผู้ประกอบการร่วมจัดกิจกรรมกระตุ้นการใช้จ่ายและการเดินทางของนักท่องเที่ยวต่างชาติ มุ่งเน้นทั้งตลาดระยะใกล้และตลาดระยะไกลที่เติบโตดี สร้างภาพลักษณ์ประเทศไทยในฐานะแหล่งท่องเที่ยวด้านชอปปิง และส่งมอบประสบการณ์ท่องเที่ยวไทยที่น่าจดจำอย่างแท้จริง ซึ่งในแต่ละปีโครงการฯนี้ ดึงดูดและกระตุ้นการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี

ล่าสุด ในปี 68 มีรายได้หมุนเวียน 700 ล้านบาท โดยนักท่องเที่ยวพึงพอใจต่อโครงการ 92.92% และมีความต้องการบอกต่อถึงกิจกรรมโครงการฯ 98.67 % ขณะที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ร่วมโครงการฯ 5 อันดับแรก ได้แก่ มาเลเซีย สิงคโปร์ สหรัฐอเมริกา สาธารณรัฐประชาชนจีน และอินเดีย รวมถึงสิทธิพิเศษ 5 อันดับแรกของโครงการที่นักท่องเที่ยวสนใจใช้สิทธิ คือ ด้านโรงแรมที่พัก ร้านอาหาร กิจกรรมและแพ็กเกจท่องเที่ยว แหล่งชอปปิง และสุขภาพ ความงาม

อย่างไรก็ตามในปี 69 นี้ ททท.ได้ปรับแนวคิดโครงการจาก “Discount-driven” สู่ “Discovery-driven” โดยเน้นนำเสนออัตลักษณ์และจุดเด่นของแบรนด์ไทย ทั้งสินค้าและบริการ โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ชุมชน งานคราฟต์ และสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมพัฒนาเป็นประสบการณ์ท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ ที่เชื่อมโยงเรื่องราวท้องถิ่น ผ่านการออกแบบเส้นทางสินค้าและบริการให้ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวแต่ละกลุ่ม รวมถึงจัดทำชอปปิง รูท เพื่อแนะนำเส้นทางชอปปิงและย่านไลฟ์สไตล์ทั่วประเทศ เพื่ออำนวยความสะดวกและสร้างแรงบันดาลใจใหม่ในการเดินทาง.