เมื่อวันที่ 8 พ.ค. ที่ศูนย์รับแจ้งความ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (พหลโยธิน) นายไพศาล เรืองฤทธิ์ ทนายความ พาตัวแทนชาวบ้านจากอำเภอจอมบึง จังหวัดราชบุรี กว่า 40 ราย เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน เพื่อร้องขอความเป็นธรรมและแจ้งความดำเนินคดีกับกลุ่มนายทุนหลังถูกบุกรุกพื้นที่สาธารณะและข่มขู่เรียกเก็บเงินค่าผ่านทาง
นายสมชาย อายุ 50 ปี ตัวแทนชาวบ้านระบุว่า ในช่วงที่ผ่านมามีกลุ่มนายทุนเข้ามาในพื้นที่ อ.จอมบึง โดยมีพฤติการณ์ที่สร้างความเดือดร้อนอย่างหนัก โดยมีการบุกรุกป่าสงวนฯ มีการนำเครื่องจักรเข้ามาถางป่าและตัดไม้ในพื้นที่ซึ่งเชื่อว่าเป็นเขตป่าสงวนแห่งชาติอย่างไม่เกรงกลัวกฎหมายและยึดทางสาธารณะ
นายทุนกลุ่มนี้ได้เข้ายึดครองถนนเส้นหลักที่ชาวบ้านใช้สัญจรและลำเลียงผลผลิตทางการเกษตร โดยนำสิ่งกีดขวางมาปิดกั้นทางเข้า-ออก เรียกเก็บเงินค่าผ่านทาง มีการตั้งด่านเถื่อนเรียกเก็บเงินจากชาวบ้านที่จำเป็นต้องใช้เส้นทาง โดยคิดราคาคันละ 5-10 บาท หากใครไม่จ่ายจะถูกสั่งห้ามผ่านโดยเด็ดขาด โดยไม่มีใบเสร็จการเก็บเงินใดๆ
นางสมหญิง ตัวแทนชาวบ้านอีกราย เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้เคยรวบรวมรายชื่อไปร้องเรียนยังหน่วยงานท้องถิ่นในพื้นที่หลายแห่ง แต่เรื่องกลับเงียบหายไม่มีความคืบหน้า ทำให้ชาวบ้านหลายครัวเรือนต้องใช้ชีวิตอยู่ด้วยความหวาดระแวง และได้รับความเดือดร้อนในการประกอบอาชีพ
“พวกเราเดือดร้อนมาก ถนนก็เป็นทางสาธารณะที่ใช้กันมานาน แต่อยู่ๆ นายทุนก็มาอ้างสิทธิปิดทาง แล้วยังมาเก็บเงินพวกเราอีก พอไปร้องเรียนใครเขาก็เงียบใส่ จนเชื่อว่าต้องมีผู้มีอิทธิพลคอยหนุนหลังนายทุนกลุ่มนี้แน่ๆ” นางสมหญิง กล่าว
ด้าน ทนายไพศาล เรืองฤทธิ์ ระบุว่า การกระทำดังกล่าวถือเป็นการกระทำที่อุกอาจมาก ทั้งการรุกที่ป่าสงวนและการเรียกเก็บเงินในทางสาธารณะซึ่งเข้าข่ายกรรโชกทรัพย์



