สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 24 เม.ย. ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กล่าวถึงความคืบหน้าของการที่รัฐบาลวอชิงตันทำหน้าที่คนกลาง ในการเจรจาสันติภาพระหว่างรัสเซียกับยูเครน ว่าการหารือกับรัฐบาลมอสโก “มีความคืบหน้าอย่างมาก” และ “ใกล้บรรลุข้อตกลง”
อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน “กลับทำให้ทุกอย่างยากขึ้น” และท่าทีของเซเลนสกี “มีแต่จะยิ่งทำให้สงครามยืดเยื้อ” เนื่องจากจนถึงตอนนี้ ผู้นำยูเครนยังคงปฏิเสธยอมรับเงื่อนไขหลายอย่าง หนึ่งในนั้นคือสถานะของคาบสมุทรไครเมีย ซึ่งทรัมป์กล่าวว่า “ยูเครนเสียดินแดนนั้นไปตั้งนานแล้ว จึงไม่สมควรนำมาพูดถึงอีกด้วยซ้ำ” อนึ่ง รัสเซียผนวกคาบสมุทรไครเมียเมื่อปี 2557
Trump slams Zelensky, says "if he wants Crimea, why didn’t they fight for it eleven years ago when it was handed over to Russia without a shot being fired"… He can have Peace or, he can fight for another three years before losing the whole Country." pic.twitter.com/5sXS5uEa2r
— zerohedge (@zerohedge) April 23, 2025
ผู้นำสหรัฐกล่าวอีกว่า เซเลนสกี “จะมีสันติภาพตั้งแต่ตอนนี้ หรือสู้ด้วยตัวเองไปอีกสามปี แล้วจบด้วยการเสียดินแดนหมดทั้งประเทศ”
ขณะที่เซเลนสกีตอบโต้ทรัมป์ ด้วยการโพสต์ “คำประกาศไครเมีย” โดยกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ เมื่อปี 2561 ซึ่งตรงกับรัฐบาลทรัมป์สมัยแรก ลงนามโดยนายไมค์ ปอมเปโอ รมว.การต่างประเทศสหรัฐในเวลานั้น ว่า “สหรัฐไม่ยอมรับความพยายามของรัสเซียที่จะยึดครองไครเมีย”
Emotions have run high today. But it is good that 5 countries met to bring peace closer. Ukraine, the USA, the UK, France and Germany. The sides expressed their views and respectfully received each other’s positions. It’s important that each side was not just a participant but… pic.twitter.com/lDFV5WK8tw
— Volodymyr Zelenskyy / Володимир Зеленський (@ZelenskyyUa) April 23, 2025
ด้านประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ผู้นำฝรั่งเศส กล่าวว่า อธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของยูเครน “มีความสำคัญอย่างมากกับยุโรป” ส่วน เซอร์ เคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร กล่าวว่า เรื่องของยูเครนต้องเป็นเรื่องที่ชาวยูเครนต้องตัดสินใจเองเท่านั้น.
เครดิตภาพ : AFP



