สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 24 เม.ย. ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กล่าวถึงความสัมพันธ์ทางการค้ากับจีน ว่ารัฐบาลวอชิงตันต้องการ “ข้อตกลงทางการค้าที่สมเหตุสมผล” กับจีน และการลดเพดานภาษีจะเกิดขึ้นได้เมื่อใด “ขึ้นอยู่กับจีน” พร้อมทั้งแสดงความเชื่อมั่นว่า จะสามารถ “บรรลุข้อตกลง” ร่วมกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน และยืนยันว่า มีการติดต่อโดยตรงกับจีน “ทุกวัน” ในประเด็นการค้า
อย่างไรก็ตาม นายสกอตต์ เบสเซนต์ รมว.การคลังสหรัฐ กล่าวว่า “ยังไม่มีการหารือเกิดขึ้น” ระหว่างสหรัฐกับจีน ในประเด็นเกี่ยวกับความขัดแย้งเรื่องภาษี และมองว่า “ต่างฝ่ายต่างรอที่จะพูดคุยกัน” และการลดกำแพงภาษีให้กับจีน “จะไม่ใช่ข้อเสนอฝ่ายเดียว” จากรัฐบาลวอชิงตัน
REPORTER: Has there been any direct contact between the U.S. and China on trade at all?@POTUS: "Yeah, of course — every day." pic.twitter.com/5VEW0zyymf
— Rapid Response 47 (@RapidResponse47) April 23, 2025
ทั้งนี้ เบสเซนต์กล่าวว่า การลดอัตราภาษีต้องเกิดขึ้นทั้งสองฝ่าย โดยตอนนี้อัตราภาษีต่างตอบแทนที่สหรัฐเรียกเก็บจากจีน อยู่ที่อย่างน้อย 145% ส่วนจีนเรียกเก็บภาษีตอบโต้ในอัตราอย่างน้อย 125% และอัตราภาษีดังกล่าวเป็นการเก็บเพิ่มขึ้นจากอัตราภาษีเดิม ที่ทั้งสองประเทศตั้งกำแพงต่อกันมานานแล้ว ซึ่งเบสเซนต์กล่าวว่า “ไม่ต่างอะไรกับเป็นการปิดล้อมทางการค้า” และเชื่อมั่นว่า การลดความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐกับจีน “เกิดขึ้นได้”
China needs to change. The country knows it needs to change. Everyone knows it needs to change.
— Treasury Secretary Scott Bessent (@SecScottBessent) April 23, 2025
And we want to help it change—because we need rebalancing too. pic.twitter.com/XiQPANCeGz
ด้านนายกัว เจียคุน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน กล่าวถึงการที่สหรัฐเตรียมลดอัตราภาษีตอบโต้กับจีน ว่ารัฐบาลปักกิ่งกล่าวมาตั้งแต่ต้นว่า “ไม่มีผู้ชนะในสงครามการค้าและสงครามภาษี” และ “ประตูสำหรับการเจรจาเปิดกว้างอยู่ตลอด”
ขณะที่สำนักข่าวซินหัวเผยแพร่แถลงการณ์ของผู้นำจีน ว่า “สงครามการค้าคือการบ่อนทำลายสิทธิอันชอบธรรมและผลประโยชน์ของทุกประเทศ” นอกจากนี้ “สงครามการค้ายังทำลายระบบการค้าเสรีแบบพหุภาคี และส่งผลกระทบต่อระเบียบเศรษฐกิจโลก”.
เครดิตภาพ : AFP



