เรียกได้ว่าเป็นกระแสที่กลายเป็นไวรัลอย่างมากอยู่ในขณะนี้ หลังเมื่อวันที่ 27 เม.ย. 68 “ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์” อาจารย์ประจำภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้โพสต์อธิบายเกี่ยวกับ “ปะการังฟอกขาว” ที่มีโอกาสทั้งตายทั้งรอด พร้อมปัจจัยสำคัญอีกหลายอย่าง ลงในเฟซบุ๊ก “Thon Thamrongnawasawat” พร้อมระบุข้อความว่า “เรื่องของปะการังฟอกขาว อยากอธิบายแบบง่ายๆ ด้วยภาพประกอบที่เห็นชัด เพื่อให้เพื่อนธรณ์ทราบว่า มีทั้งตายมีทั้งรอด ภาพบนเป็นปะการังน้ำตื้นมาก น้ำลงต่ำก็โผล่พ้นน้ำ”

นอกจากนี้ “เมื่อปี 2567 น้ำร้อนจัด ปะการังฟอกขาวหนักตั้งแต่เดือนพฤษภาคม พอถึงปลายปีก็ตายเกือบหมด ภาพล่างเป็นแนวปะการังน้ำตื้น แต่ไม่ถึงขั้นโผล่ในช่วงน้ำลงต่ำ ช่วงเดือนพฤษภาคมและมิถุนายน ปี 2567 ฟอกขาวหนัก แต่พอผ่านไปถึงต้นปี 2568 ผมกลับไปเช็คอีกรอบ ปะการังฟื้นเกือบหมด ปะการังฟอกขาวจึงเป็นเหมือนปะการังป่วย มีโอกาสทั้งตายทั้งรอด“
อีกทั้ง “ปัจจัยสำคัญ คือ อุณหภูมิน้ำและแสงแดด หากอยู่ตื้นมาก น้ำลงแล้วโผล่พ้นน้ำ โดนแดดจัด น้ำที่เหลือน้อยก็ร้อนจัด โอกาสตายย่อมเยอะกว่าพวกที่อยู่ลึกลงไป แต่ยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น การหมุนเวียนของน้ำ, ชนิดของปะการัง และความสมบูรณ์ของระบบนิเวศตรงนั้น ฯลฯ”

อย่างไรก็ตาม “แน่นอนว่าเราต้องเจอเอลนีโญอีกหลายครั้ง การรักษาระบบนิเวศให้เข้มแข็ง ก็เหมือนการบำรุงร่างกายให้แข็งแรง พร้อมรับมือกับโรคภัยไข้เจ็บ การท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ ไม่ให้อาหารปลา ลดขยะทะเล ลดมลพิษ ลดผลกระทบตะกอนจากชายฝั่ง รักษาฉลาม ปลานกแก้ว และสัตว์อื่นๆ ที่สำคัญนั่น คือ การเสริมพลังให้ระบบนิเวศของเราไว้ เพื่อให้พร้อมรับมือกับปะการังฟอกขาวครั้งหน้าและครั้งต่อไป ในยามที่โลกร้อนขึ้นเรื่อยๆ” อ.ธรณ์ กล่าว
ขอบคุณข้อมูล : Thon Thamrongnawasawat



