เมื่อวันที่ 27 เม.ย. ผู้สื่อข่าวได้ร้องเรียนจาก น.ส.จิรวี อรุณ อายุ 39 ปี ชาวบ้านในพื้นที่ หมู่ 3 ต.ท่าโพ อ.หนองขาหย่าง จ.อุทัยธานี ว่า ถูกคนร้ายเป็นชายทั้ง 2 ราย เข้ามามาก่อเหตุลักรถเข็นโครงเหล็กที่บ้านของตนเอง ไปเมื่อวันที่ 12 เม.ย. ที่ผ่านมา ช่วงเวลาประมาณ 00.05 น. ซึ่งกล้องวงจรปิดที่หน้าบ้านสามารถจับภาพขณะที่ก่อเหตุเอาไว้ได้

น.ส.จิรวี เผยว่า ตนเองและน้องชาย ที่มีตำแหน่งเป็น ผู้คุมอยู่ที่เรือนจำจังอุทัยธานี ได้โพสต์เรื่องราวผ่านทางเฟซบุ๊ก เพื่อเตือนประชาชนให้ระวังคนร้ายทั้ง 2 นี้ โดยในโพสต์ระบุว่า “คนเดียวกันครับ กับวัดหาดทนง มาขโมยของที่บ้าน ช่วยกันเป็นหูเป็นตา ระวังกันด้วยครับชาวอุทัยธานี” พร้อมภาพกล้องวงจรปิดระบุข้อความว่า “มึงก้อมาขโมย ไม่เช็กบ้านเค้าเลยอะ!! ฝากแชร์ให้ด้วยนะครับ ให้เวลา 24 ชั่วโมง มามอบทั้งคนและของที่เอาไป #หากไม่ติดต่อมาจะดำเนินคดีตามกฎหมาย”

น.ส.จิรวี เผยอีกว่า หลังจากที่ได้ดูข่าวไปเมื่อวานนี้ ตนเองและน้องชายนั้นมั่นใจมากว่า คนร้ายที่งัดตู้บริจาคที่วิหารหลวงพ่อปั้น วัดหาดทนง นั้นเป็นรายเดียวกันกับที่มาก่อเหตุที่บ้านของตนเองอย่างแน่นอน เพราะรูปพรรณสัณฐานและเสื้อผ้าที่ใส่ก็ยังตรงกันมากๆ โดยคนร้าย 2 คนนั้น มาก่อเหตุที่บ้านของตนเองไปเมื่อวันที่ 12 เม.ย. ที่ผ่านมา โดยมารู้ว่ารถเข็นหายไปตอนที่จะไปหยิบมาใช้ จึงได้ไปเปิดกล้องวงจรปิดย้อนดู จึงพบว่ามีคนมาขโมยไป โดยตนเองได้ไปแจ้งความกับตำรวจในวันที่ 13 เม.ย. ที่ผ่านมา
แต่โชคดีที่หลังจากแจ้งความไว้แล้ว มีพลเมืองดีแจ้งมาว่า เจอรถเข็นโครงเหล็กซึ่งคล้ายกังของตนเองจอดอยู่ในป่า ที่บ้านทุ่งใหญ่ แถวคลองชลประทาน ห่างจากบ้านไปประมาณ 10 กิโลเมตร ตนเองจึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ช่วยลงไปดูรถเข็นคันดังกล่าวพร้อมกัน และพบว่าเป็นรถเข็นของตนเองจริงๆ ซึ่งคาดว่าคนร้ายน่าจะรอจังหวะนำไปขายเศษเหล็กก็เป็นได้ เพราะรถเข็นคนนี้ที่บ้านจ้างช่างประกอบขึ้นมาเอง ใช้เหล็กอย่างดีและหนักมากๆ ซึ่งทางตำรวจได้ประเมิณมูลค่าไว้ที่ 4,000-5,000 บาท

“อยากให้ช่วยจับคนร้ายให้ได้เพราะกังวลว่าจะไปก่อเหตุกับชาวบ้านรายอื่นอีก โดยทุกวันนี้หลังจากที่บ้านตนเองโดนขโมยรถเข็นไป ชาวบ้านในหมู่บ้านก็พากันเก็บเครื่องสูบน้ำและอุปกรณ์การเกษตรที่มีค่าเข้าบ้านกันหมดทุกหลัง จากที่ปกติจะวางทิ้งไว้กันที่หน้าบ้านบ้าง ที่คลองสูบน้ำบ้าง เพราะที่หมู่บ้านไม่เคยมีของหาย” น.ส.จิรวี กล่าว



