นายปราโมทย์ เจริญศิลป์ นายกสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย เปิดเผยว่า ขณะนี้เกษตรกร ไม่ว่าจะเป็นผู้ปลูกข้าว มันสำปะหลัง ปาล์มน้ำมัน ยางพารา ได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก จากราคาผลผลิตตกต่ำ สวนทางกับต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นมาก อย่างราคาข้าวเปลือกนาปรัง ความชื้น 25% ขึ้นไป สัปดาห์ที่ผ่านมา ตันละใกล้เคียง 7,000 บาท ลดจากในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ตันละ 9,000-10,000 บาท ขณะที่ต้นทุนเพาะปลูกตันละ 6,500-7,000 บาท โดยต้องการให้ราคาข้าวเปลือกขึ้นมาอยู่ที่ตันละ 8,000 บาท สำหรับความชื้น 25% ขึ้นไป ถ้าความชื้นต่ำกว่า ได้ตันละ 10,000 บาท ก็อยู่ได้แล้ว
“สาเหตุที่ราคาข้าวไทยลงต่อเนื่อง มาจากอินเดียกลับมาส่งออกข้าวขาวตั้งแต่ปลายปี 67 แต่รัฐบาลก็ยังไม่มีมาตรการใดๆ ช่วยเหลือ ทั้งไร่ละ 1,000 บาท แม้จะผ่านความเห็นชอบ แต่จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่นำเสนอให้ ครม. พิจารณา โดยอ้างว่า ต้องรอลงทะเบียนชาวนา ที่จะสิ้นสุดวันที่ 30 เม.ย. นี้ ให้เสร็จก่อน จึงจะเสนอให้ ครม. พิจารณามาตรการ และงบประมาณที่จะใช้ช่วยเหลือได้”
ขณะที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ก็ไม่สนับสนุนชาวนาให้เลิกเผา เพราะไม่ให้เงินช่วยเหลือไร่ละ 500 บาท ส่วนกรมการข้าว ก็ยังไม่เร่งวิจัยและพัฒนาเมล็ดพันธุ์ข้าวใหม่ๆ ให้ผลผลิตต่อไร่สูง ทำให้ชาวนาปลูกข้าวหอมพวงของเวียดนาม ที่ให้ผลผลิตต่อไร่ถึงกว่า 1,200-1,300 กก. แม้ไม่ได้รับการรับรองพันธุ์ เพราะข้าวหอมมะลิไทยได้แค่ 400-600 กก. ทำให้คาดว่า ข้าวหอมมะลิไทยอาจสูญพันธ์ุ เพราะชาวนาภาคอีสาน เริ่มปลูกข้าวหอมพวงมากขึ้น
ตอนนี้ ชาวนา และเกษตรกรอื่นๆ จะตายกันหมดแล้ว ต้นทุนปลูกก็สูง สินค้าเกษตรอื่นๆ ราคาก็ลดลงหมด ถ้ารัฐบาลยังนิ่งเฉย ไม่มีมาตรการใดๆ ช่วยเหลือโดยด่วน จะได้เห็นเกษตรกรทั่วประเทศ รวมตัวประท้วงแน่นอน ซึ่งหลายกลุ่มได้มาหารือกับผมเรื่องนี้และกำลังเคลื่อนไหวกันอยู่ ยืนยันว่า ไม่มีการเมือง เพราะความเดือดร้อนจริงๆ ถ้าเกษตรกรอยู่ไม่ได้ รัฐบาลก็ต้องอยู่ไม่ได้เหมือนกัน”
รายงานข่าวแจ้งว่า ชาวสวนปาล์มน้ำมันก็เดือดร้อนหนักไม่แพ้กัน เพราะขณะนี้ แม้เป็นช่วงต้นฤดูของปาล์มน้ำมัน ที่ผลผลิตเริ่มออก แต่ไม่ถึง 1 เดือน ราคาลดไปแล้วกว่า กก.ละ 1 บาท หากเทียบกับช่วง 2 เดือนก่อน หรือเดือน ก.พ. 68 ราคาหายไปกว่าครึ่งจาก กก. 9-10.2 บาท เหลือเฉลี่ยกก.ละ 4.60-5.40 บาท โดยราคาน้ำมันปาล์มดิบปัจจุบัน กก. ละ 32.25-32.50 บาท ลดลงจากต้นเดือน เม.ย. ที่อยู่ กก. ละ 36.50-36.75 บาท
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้ ราคาสินค้าเกษตรสำคัญของไทยลดลงหมด หากดูสถิติย้อนหลังช่วง 6-7 เดือนที่ผ่านมา โดยราคาเดือน ก.ย. 67 เทียบเดือน เม.ย. 68 ต่างกันมาก เช่น ปาล์มน้ำมัน เดือน ก.ย. 67 กก. ละ 6.55-7.30 บาท สูงสุด 10.40 บาท ช่วงกลางเดือน ก.พ. 68 แต่จากนั้นลดลงจนเหลือ กก. ละ 4.60-5.40 บาท ส่วนมันสำปะหลัง จาก กก. ละ 2.45-3.35 บาท เหลือ กก. ละ 1.70-2.00 บาท, ยางพารา น้ำยางสด กก. ละ 72.50 บาท ยางแผ่นรมควันชั้น 3 กก. ละ 88 บาท แต่ลดเหลือ กก. ละ 56.20 บาท และ กก. ละ 66.50 บาท ตามลำดับ ขณะที่ข้าวเปลือกเจ้า ความชื้น 15% จากตันละ 11,000-11900 บาท เหลือตันละ 6,800-7,900 บาท



