สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 28 เม.ย. ว่า ผลสำรวจความคิดเห็นกลุ่มตัวอย่างชาวอเมริกัน 2,464 คน ระหว่างวันที่ 18-22 เม.ย. ที่ผ่านมา โดยเอบีซีนิวส์ ร่วมกับเดอะ วอชิงตัน โพสต์ และอิปซอส โดยแบ่งเป็นสัดส่วนผู้สนับสนุนพรรคเดโมแครต พรรครีพับลิกัน และไม่นิยมพรรคการเมืองใด ที่สัดส่วน 30-30-29 พบว่า คะแนนนิยมของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ อยู่ที่ 39% ลดลง 6% จากการสำรวจเมื่อเดือน ก.พ. ที่ผ่านมา ส่วนคะแนนการไม่ยอมรับอยู่ที่ 55%


คะแนนนิยมดังกล่าว ซึ่งสำรวจตามธรรมเนียมในช่วงครบ 100 วันของการเป็นผู้นำสหรัฐ ถือเป็นคะแนนนิยมของผู้นำสหรัฐในรอบ 100 วัน ซึ่งต่ำที่สุด นับตั้งแต่ปี 2488 ขณะที่คะแนนนิยมของทรัมป์ในช่วง 100 วัน ของการดำรงตำแหน่งสมัยแรก อยู่ที่ 42% เมื่อปี 2560


ทั้งนี้ 73% ของกลุ่มตัวอย่าง มองว่า เศรษฐกิจของอเมริกา “ยังไม่ได้ดีขึ้น” 53% กล่าวว่า แย่ลงนับตั้งแต่ทรัมป์กลับมารับตำแหน่ง และ 41% กล่าวว่า ฐานะทางการเงินของตัวเองยังไม่ดีขึ้น ซึ่งเป็นความเห็นระดับเดียวกับที่เคยมีในสมัยประธานาธิบดีโจ ไบเดน เมื่อช่วงฤดูร้อนปีที่แล้ว


นอกจากนี้ 62% ของกลุ่มตัวอย่าง กล่าวว่า ราคาสินค้าในประเทศแพงขึ้น และมีเพียง 31% ที่เชื่อว่า เศรษฐกิจของสหรัฐจะดีขึ้นในระยะยาว


ขณะที่ 62% มองว่า รัฐบาลชุดนี้ “ไม่เคารพกฎหมาย” 65% กล่าวว่า ทรัมป์และทีมงานไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาล 64% กล่าวว่า ทรัมป์ใช้อำนาจประธานาธิบดี “เกินขอบเขต” และ 58% มองว่า ทรัมป์ต้องการลดขนาดของรัฐบาล “มากเกินไป”.

เครดิตภาพ : AFP