นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ กบข.อยู่ระหว่างศึกษาแนวทางการลงทุนโครงการที่พักอาศัยผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นการลงทุนเพื่อรองรับการเติบโตของสังคมสูงวัยในอนาคต ซึ่งจากสถิติในปี 63 ตลาดที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุทั่วโลก มีมูลค่า 1.9  แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นประมาณ 3.75 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 73 โดยภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและตะวันออกกลางจะเป็นตลาดที่เติบโตเร็วสุด ด้วยการเติบโตต่อปีแบบทบต้นที่ 11.2% และ 8.4% ตามลำดับ   

“จากแนวโน้มสังคมสูงวัยที่เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว อาทิ ในจีน เป็นกรณีศึกษาให้ กบข. ต้องศึกษาการลงทุนในโครงการที่พักอาศัยผู้สูงอายุอย่างจริงจัง เพื่อสร้างโอกาสการลงทุนในสินทรัพย์ที่น่าสนใจคาดว่าจะได้รับผลตอบแทนที่ดี ถือเป็นการลงทุนเช่นเดียวกับอสังหาริมทรัพย์ ที่ได้มีการลงทุนประมาณ 9%ของพอร์ตการลงทุนส่วนของสมาชิก กบข.“

นอกจากนี้ กบข.ยังได้สำรวจความต้องการและความสนใจของสมาชิก ซึ่งสมาชิกให้ความสนใจแนวทางการเพิ่มทางเลือกการรับผลตอบแทนในรูปแบบอื่น 4 แนวทาง ดังนี้ 1. การเลือกรับเงินปันผลเป็นประจำ 2. สิทธิการถอนเงินก่อนสิ้นสมาชิกภาพ 3. สิทธิการใช้เงินออมซื้อประกันชีวิตและสุขภาพ และ 4. สิทธิการเข้าอาศัยในศูนย์ที่พักอาศัยสำหรับผู้สูงอายุ หลังจากนี้ กบข. จะนำแนวทางดังกล่าวไปศึกษาความเป็นไปได้ และสรุปผลนำเสนอคณะกรรมการฯ เพื่อพิจารณาต่อไป

นายทรงพล กล่าวว่า  สำหรับการดำเนินงานปีนี้ กบข.ยังคงเป้าหมายสร้างผลตอบแทนโดยรวมเอาชนะเงินเฟ้อเฉลี่ย10ปีย้อนหลังบวก 2% และพยายามสร้างผลตอบแทนของสมาชิกให้สูงกว่าปี67 ที่ทำได้สูงถึง 4.12%  โดยมีความท้าทายสำคัญ คือนโยบายของสหรัฐ และประธานาธิบดีทรั มป์ อย่างใกล้ชิด พร้อมปรับพอร์ตลงทุนให้สอดคล้องกับสถานการณ์ให้มากที่สุด ซึ่งปัจจุบัน กบข.กระจายการลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆรวม 18 ประเภท แบ่งเป็นตราสารหนี้ 56.76% ตราสารทุน 22.62%  และที่เหลือเป็นสินทรัพย์ทางเลือก เช่น โครงสร้างพื้นฐาน อสังหาริมทรัพย์ 

“ปีนี้ กบข.ได้ปรับพอร์ตเพิ่มการลงทุนหุ้นไทยมากขึ้นจาก 3% เป็น 5.89% โดยเน้นลงทุนแบบรายตัว ที่มีพื้นฐานดี มีการจ่ายเงินปันผลสูง อาทิ กลุ่มธนาคารพาณิชย์ ส่วนตลาดทองคำได้มีการลงทุนเพิ่มสูงขึ้นเช่นกัน  นอกจากนี้ ยังใช้กลยุทธ์เน้นลงทุนใน เซ็ท 50 ฟรี โฟล์ท แทนการลงทุนแบบเดิม เพราะสามารถสร้างผลตอบแทนที่แท้จริงได้ชัดเจน จากการคำนวณน้ำหนักของหลักทรัพย์ได้ดีกว่า  ตลอดจนมีแผนเพิ่มการลงทุนในสินทรัพย์นอกตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศมากขึ้น  โฟกัสในกลุ่มที่เป็นดาต้าเซ็นเตอร์ กลุ่มเทคโนโลยี กลุ่มโรงแรม”