“ศูนย์วิจัยกสิกรไทย” ประเมินในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) วันที่ 30 เม.ย. 68 คาด กนง. มีแนวโน้มปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% ลงมาอยู่ที่ระดับ 1.75% เนื่องจากผลกระทบจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวในช่วงปลายเดือน มี.ค. ประกอบกับความเสี่ยงทางเศรษฐกิจที่สูงขึ้นจากนโยบายปรับขึ้นภาษีศุลกากรของสหรัฐ การชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก จำนวนนักท่องเที่ยวจากจีนและเกาหลีใต้ที่เข้ามาน้อยกว่าคาด รวมถึงโมเมนตัมเศรษฐกิจในประเทศที่อ่อนแรงลง

ขณะที่ในช่วงที่เหลือของปีนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า กนง. อาจปรับลดดอกเบี้ยนโยบายเพิ่มเติมอีกอย่างน้อย 1 ครั้ง ในช่วงครึ่งปีหลังของปีนี้ ตามแนวโน้มเศรษฐกิจไทยที่คาดว่าจะชะลอลงอย่างมีนัยสำคัญในช่วงครึ่งปีหลัง โดยนโยบายภาษีตอบโต้ (Reciprocal tariffs) ของสหรัฐ ยังมีความไม่แน่นอน

“ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้” คาดว่า กนง. จะมีมติให้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% มาอยู่ที่ระดับ 1.75% ในการประชุมครั้งที่ 2 ของปีในวันที่ 30 เม.ย. 68 จากความไม่แน่นอนของนโยบายสงครามการค้าสหรัฐ ที่ส่งผลกดดันการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยอย่างมีนัยสำคัญ อีกทั้งอัตรากำแพงภาษีที่ไทยถูกตั้งก็สูงกว่าคาดมาก

ทั้งนี้ คาดว่า กนง. จะปรับลดประมาณการเศรษฐกิจไทยในปี 68 ลงมาอยู่ที่ราว 2% ซึ่งต่ำกว่าประมาณการครั้งก่อน และต่ำกว่าตัวเลขที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เคยส่งสัญญาณไว้ก่อนหน้านี้

กนง. อาจปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงเพิ่มเติมอีกเพื่อรองรับเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลงมาก แต่จะดำเนินการอย่างระมัดระวัง เนื่องจากต้องคำนึงถึงการรักษาขีดความสามารถในการดำเนินนโยบายการเงินในอนาคต (Policy Space) โดยคาดว่าอาจเห็นการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีกครั้งในการประชุมเดือน ส.ค. 68 สู่ระดับ 1.50% ในปี 68