นายอรรถพล วรรณกิจ ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคตะวันออกเฉียงเหนือ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เดินหน้ากระตุ้นการท่องเที่ยวภูมิภาคภาคตะวันออกเฉียงเหนือหรือภาคอีสานตอนบน 2 (นครพนม สกลนคร มุกดาหาร) โดยเฉพาะ จ.นครพนม ซึ่งมีความโดดเด่นด้านประเพณีและวัฒนธรรมที่น่าสนใจ มีสิ่งอำนวยความสะดวกพร้อมรองรับนักท่องเที่ยว อาทิ สนามบิน โรงแรม ร้านอาหาร เป็นต้น โดย ททท. เร่งส่งเสริมการตลาดในพื้นที่ผ่านการ Joint Promotion โดยให้ผู้ประกอบการโรงแรมจัดแพ็กเกจห้องพักร่วมกับกิจกรรมท่องเที่ยวในชุมชน เพื่อเพิ่มค่าใช้จ่ายทางการท่องเที่ยว เสนอขายกิจกรรมกระตุ้นการพักค้างควบคู่กับงานประเพณี อาทิ กิจกรรมตักบาตรเช้า เวียนเทียน ล้อมวงกินพาแลง เป็นต้น โดยจะมุ่งเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยว Gen Y ที่มีความสนใจท่องเที่ยวสายศรัทธา สายมูเตลู เนื่องจากเป็นช่วงวัยแห่งความหวัง มีกำลังในการใช้จ่าย พร้อมส่งต่อเรื่องราวการเดินทางแชร์ต่อให้บุคคลใกล้ชิด และกลุ่มครอบครัว

นอกจากนี้ ในช่วงเดือนตุลาคมซึ่งตรงกับเทศกาลออกพรรษา ถือเป็นช่วงไฮไลต์ของพื้นที่นครพนมและพื้นที่ใกล้เคียงอย่างสกลนครและมุกดาหาร โดย ททท. ได้ชูจุดขายไฮไลต์งานประเพณีและการท่องเที่ยวสายศรัทธา ได้แก่ ประเพณีไหลเรือไฟ จังหวัดนครพนม ประเพณีแห่ปราสาทผึ้ง จังหวัดสกลนคร งานบวงสรวงบูชาองค์พญาศรีสัตตนาคราช ซึ่งจัดขึ้นในวันที่ 7 เดือน 7 ของทุกปี เป็นต้น พร้อมผลักดันประเพณีไหลเรือไฟสู่ระดับนานาชาติ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพในอนาคต ตลอดจนต่อยอดต้นทุนวัฒนธรรมสู่สากล
ทั้งนี้ เพื่อต่อยอดโอกาสทางการตลาด ททท. มุ่งส่งเสริมการท่องเที่ยวชายแดนในจังหวัดนครพนม โดยเน้นการเชื่อมโยงวัฒนธรรมและธรรมชาติระหว่างไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน ด้วยการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวที่มีเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมและธรรมชาติ ใช้ทุนทางวัฒนธรรมในการสร้างประสบการณ์ทางการท่องเที่ยว อาทิ สะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 3 (นครพนม-คำม่วน) เป็นเส้นทางหลักที่เชื่อมต่อการเดินทางและการท่องเที่ยวระหว่างสองประเทศ อนุสรณ์สถานประธานโฮจิมินห์ แหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์และความสัมพันธ์ไทย-เวียดนาม และส่งเสริมการขายโดยร่วมกับบริษัทนำเที่ยวในพื้นที่จัดทำเส้นทางท่องเที่ยว นครพนม-มุกดาหาร-สะหวันเขต (สปป.ลาว) เพื่อเพิ่มค่าใช้จ่ายทางการท่องเที่ยว เพิ่มวันพักแรมในพื้นที่ ตลอดจนดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติในภูมิภาคอาเซียน โดยเฉพาะ นักท่องเที่ยวลาว และนักท่องเที่ยวเวียดนาม เป็นต้น
นายอรรถพล กล่าวว่า จากสถิติของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ในปี 2567 พบว่า จังหวัดนครพนม มีจำนวนผู้เยี่ยมเยือนรวมทั้งสิ้น 2,221,803 คน-ครั้ง แบ่งเป็นจำนวนผู้เยี่ยมเยือนชาวไทย 2.041 ล้านคน-ครั้ง และผู้เยี่ยมเยือนชาวต่างชาติ 180,379 คน-ครั้ง ขณะที่มีจำนวนรายได้จากการท่องเที่ยวรวม 4,093.39 ล้านบาท โดยมาจากผู้เยี่ยมเยือนชาวไทย 3,702.42 ล้านบาท ผู้เยี่ยมเยือนชาวต่างชาติ 390.97 ล้านบาท โดยมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อทริปอยู่ที่ 1,842.37 บาทต่อคน อัตราเข้าพักเฉลี่ยร้อยละ 73.05 และในปี 2568 ตั้งแต่เดือนมกราคม-มีนาคม 2568 พบว่า มีจำนวนผู้เยี่ยมเยือนรวมทั้งสิ้น 611,971 คน-ครั้ง (+4.66%) เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2567 แบ่งเป็นจำนวนผู้เยี่ยมเยือนชาวไทย 550,457 คน-ครั้ง (+2.82%) และผู้เยี่ยมเยือนชาวต่างชาติ 61,514 คน-ครั้ง (+24.68%) ขณะที่มีจำนวนรายได้จากการท่องเที่ยวรวม 994 ล้านบาท (+2.49%) โดยมาจากผู้เยี่ยมเยือนชาวไทย 891.70 ล้านบาท (+0.5%) และผู้เยี่ยมเยือนชาวต่างชาติ 101.90 ล้านบาท (+23.92%) โดยมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อทริปอยู่ที่ 1,623.67 บาทต่อคน อัตราเข้าพักเฉลี่ยร้อยละ 76.28



