นายธนพล ชีวรัตนพร นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) เปิดเผยว่า เตรียมเสนอหนังสือปกขาว เพื่อฟื้นฟูตลาดนักท่องเที่ยวจีน หลังวิกฤตินักท่องเที่ยวจีนปรับตัวลดลง ต่อ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เพื่อขอให้รัฐบาลสนับสนุน การฟื้นฟูวิกฤติความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวจีน ต่อประเทศไทย หลังจากแอตต้า นำเสนอแผนการฟื้นฟูฯ ต่อนายนายสรวงศ์ เทียนทอง รมว.การท่องเที่ยวแห่งและกีฬา และ น.ส.ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ตามลำดับแล้ว
ทั้งนี้แอตต้าในฐานะสมาคมที่นำเข้านักท่องเที่ยวจีนเข้าไทยมาประมาณ 4-5 ล้านคนต่อปี ในช่วงโควิด-19 และในปี 2567 จำนวนประมาณ 3 ล้านคน ในปีนี้ตัวเลขนักท่องเที่ยวจีนที่ผ่านเอเย่นต์จีน ได้มีจำนวนลดลงอย่างมีนัยตามตัวเลขสถิติในภาพใหญ่ จำนวนนักท่องเที่ยวเดือน ม.ค.-เม.ย. 2568 ลดลง 56% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ขณะที่ข้อมูลจากภาคเอกชนทั้งร้านค้า บริษัทขนส่ง และร้านแลกเปลี่ยนเงินตราที่มียอดเงินต่างประเทศเข้าแลกเปลี่ยนลดลงในเดือน มี.ค. ประมาณ 15% รวมทั้งผู้ประกอบการโรงแรม ร้านอาหารและข้อมูลเชิงประจักษ์จากข่าวสารบนออนไลน์และสื่อหลักต่างเป็นไปในทิศทางเดียวกัน
นายอดิษฐ์ ชัยรัตนานนท์ เลขาธิการ แอตต้า กล่าวว่า ตลาดจีนขณะนี้กำลังลงเหว เที่ยวบินจากจีนมาไทย มีประมาณวันละ 136 เที่ยวบิน หากจำนวนนักท่องเที่ยวจีนลดลงเรื่อยๆ แนวโน้มครึ่งปีหลังโอกาส ปี 2568 เที่ยวบินอาจถูกยกเลิกไปประมาณ 68% ของเที่ยวบินทั้งหมด หากรัฐบาลไม่เร่งแก้ปัญหา ยังคิดเอาเนื้อหนูมาแปะเนื้อช้าง ยังไม่เร่งทำการฟื้นฟูการท่องเที่ยว อนาคตประเทศไทยแย่แน่ เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ที่ระดับนายกรัฐมนตรีต้องมาดูเพื่อร่วมแก้ปัญหาของประเทศ
ทั้งนี้ แอตต้าได้รวบรวมความคิดเห็นจากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่มีผลต่อการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย จนสามารถวิเคราะห์สาเหตุและเสนอแนะโครงการฟื้นฟูตลาดจีน เพื่อเป็นการป้องกันภาวะวิกฤติที่อาจจะรุนแรงมากขึ้น ซึ่งมีโอกาสสูญเสียฐานการตลาดที่สำคัญให้กับคู่แข่งเพื่อนบ้าน ประเทศเวียดนามที่ราคาถูก หรือ ประเทศญี่ปุ่น ภาพลักษณ์และคุณภาพดีกว่า และมีค่าเงินเยนที่ลดลง จนทำให้เกิดกระแสการเดินทางไปท่องเที่ยวเพื่อซื้อสินค้าเป็นเป้าหมายหลัก
สำหรับมาตรการกระตุ้นความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย ต่อผู้ประกอบการและภาพลักษณ์ของประเทศไทย ผ่านสื่อมวลชนจีนภายใต้โครงการ “สวัสดีหนีห่าว” โดยเชิญผู้ประกอบการจีน 300 ราย กับสื่อมวลชน 100 ราย เดินทางมาประเทศไทยเพื่อเข้าร่วมประชุมกับนายกรัฐมนตรี แพทองธาร ชินวัตร เพื่อเรียกความเชื่อมั่นจากรัฐบาลไทย และเดินทางสำรวจเส้นทางท่องเที่ยวกระจายไปตามแหล่งท่องเที่ยวให้ได้สัมผัสกับความปลอดภัย โครงการนี้คาดว่าใช้งบประมาณสนับสนุน 20 ล้านบาท และงบประมาณสนับสนุนโครงการ “เที่ยวบินพิเศษในรูปแบบเช่าเหมาลำ” จากเมืองรองในประเทศจีน ซึ่งจะเป็นลูกค้ากลุ่มที่เดินทางเที่ยวไทยครั้งแรก ซึ่งจะมีกำลังซื้อและใช้จ่ายในการท่องเที่ยวมากกว่านักท่องเที่ยวที่เดินทางเป็นประจำ เพราะเกิดความแปลกใหม่ และเรียนรู้ประสบการณ์ใหม่ๆ ในประเทศไทย ย่อมมีการใช้จ่ายที่มากกว่านักท่องเที่ยวทั่วไป ซึ่งเป้าหมายนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้จะอยู่ในเมืองรองและเป็นฐานการตลาดของผู้ประกอบการนำเที่ยวแบบออฟไลน์ในประเทศจีน ที่ต้องอาศัยเที่ยวบินพิเศษหรือเช่าเหมาลำมาจุดกระแสความนิยมการเดินทางมาประเทศไทยกลับมาอีก ในช่วงเดือน มิ.ย.-ส.ค. นี้
ภายใต้แนวคิดการทำสองโครงการนี้ มาจากการมองผลตอบแทนโครงการ จะมีไม่ต่ากว่า 8.3 พันล้านบาท การลงทุนสนับสนุนนี้ ปราศจากความเสี่ยงของภาครัฐ เนื่องจากเป็นการร่วมลงทุนตามหลัก 80+20 คือ เอกชนลงทุน 80% รัฐสนับสนุน 20% แบบมีเงื่อนไขคือในทุกเที่ยวบินจะต้องมีนักท่องเที่ยวจีนเข้าไม่ต่ำกว่า 150 คน ต่อการสนับสนุนเที่ยวบินละ 300,000 บาท ดังนั้นภาคเอกชนที่ลงทุนโดยบริษัทนำเที่ยว ต้องแบกรับความเสี่ยงจากลงทุน และเกิดแรงกดดันในการขับเคลื่อนตลาด



