นายอิทธิ ศิริลัทธยากร รมช.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงกรณีพบผู้ป่วยยืนยันโรคแอนแทรกซ์ที่อำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร ว่า เบื้องต้นได้รับรายงานว่า จากการเฝ้าระวังและค้นหาโรค ยังไม่พบสัตว์ป่วยตายผิดปกติในพื้นที่ โดยกรมปศุสัตว์ได้ดำเนินการเก็บตัวอย่าง ได้แก่ เนื้อแห้ง หนังแห้งของสุกรและโค เนื้อสัตว์และเลือดที่อยู่บนเขียงที่ใช้ในการชําแหละ อุจจาระโคเพื่อส่งตรวจหาเชื้อที่ศูนย์วิจัยและและพัฒนาการสัตวแพทย์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน จังหวัดขอนแก่น

ทั้งนี้ ได้ดำเนินมาตรการควบคุมโรคแอนแทรกซ์ในสัตว์ที่จังหวัดมุกดาหาร โดยมีแนวทางดังนี้ 1. กักและสังเกตอาการสัตว์ภายในฝูง ร่วมกับฉีดยาปฏิชีวนะกลุ่ม penicillin อย่างน้อย 3-5 วัน 2. ขอความร่วมมือห้ามเคลื่อนย้ายสัตว์เข้าออกในพื้นที่ 3. งดนำโคไปเลี้ยงในพื้นที่แปลงหญ้า/แหล่งน้ำ หรือบริเวณที่สงสัย 4. ฉีดวัคซีนป้องกันโรคแอนแทรกซ์ในสัตว์ภายในตำบล 5. การทำลายเชื้อด้วยโซดาไฟในพื้นที่ชำแหละสัตว์ 3 จุด ได้แก่ บ้านเหล่าหมี 2 จุด และบ้านโคกสว่าง 1 จุด ทั้งนี้ ให้ทำลายเชื้อบริเวณจุดเสี่ยงที่สำคัญ เช่น ที่เชือด ท่อน้ำทิ้ง โดยเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานแต่งกายให้รัดกุม โดยการใส่ชุดป้องกันโรค แมสก์และถุงมือ

6. เฝ้าระวังและเก็บตัวอย่างในสิ่งแวดล้อมเพิ่มเติม เช่น ดินบริเวณคอกสัตว์ เพื่อตรวจหาการปนเปื้อนเชื้อ 7. ดำเนินการเฝ้าระวังสัตว์ป่วยในพื้นที่อำเภอดอนตาล 8. ประชาสัมพันธ์เตือนภัยให้เกษตรกรให้สังเกตอาการสัตว์เลี้ยง โดยมีนิยาม คือ โค กระบือ แพะ แกะตายเฉียบพลัน เลือดไหลออกจากปาก จมูก ทวารหนัก เลือดมีลักษณะไม่แข็งตัว หากพบมีอาการดังกล่าว ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ทันที และมีการเฝ้าระวังโรคร่วมกับหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่ 9. เน้นประชาสัมพันธ์ให้ประชาชน งดบริโภคเนื้อดิบ

นอกจากนี้ยังได้สั่งการให้มีการปิดพื้นที่ตามแนวชายแดนทั้งหมด โดยให้มีการตรวจโรคสัตว์อย่างละเอียด ไม่ว่าจะเป็นท่าเรือ สนามบิน เพื่อป้องกันโรคแอนแทรกซ์ที่จะหลุดรอดเข้ามา มั่นใจว่ากรมปศุสัตว์จะจัดการเรื่องนี้ได้ อย่างไรก็ตาม อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าผู้ที่เสียชีวิตติดเชื้อมาจากที่ใด เนื่องจากในพื้นที่ ไม่มีรายงานว่ามีโคที่เสียชีวิตจากโรคดังกล่าว

ด้าน นายสัตวแพทย์ สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวว่า เบื้องต้นได้มีการประสานไปยังกระทรวงสาธารณสุข เพื่อตรวจสอบร่วมกันซึ่งพบข้อมูลต้น มีผู้เสียชีวิตเพียง 1 ราย และรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลเพียง 1 รายเท่านั้น ในขณะพื้นที่โดยรอบที่พบผู้ป่วยก็ได้ให้เจ้าหน้าที่ของกรมปศุสัตว์ลงพื้นที่สอบสวนโรคและเก็บข้อมูล เพื่อนำไปตรวจสอบคาดว่าจะเสร็จสิ้นภายใน 7 วัน นอกจากนี้สั่งให้เจ้าหน้าที่ไปฉัดวัคซีนวัว 1,200 ตัวในพื้นที่ เพื่อป้องกันในเบื้องต้น และปิดกันพื้นที่ในรัศมี 5 กิโลเมตร รวมทั้งห้ามมีการเคลื่อนย้ายออกนอกพื้นที่ด้วย