เมื่อวันที่ 2 พ.ค. ที่กองคดีความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ (กองคดีฮั้วประมูล) ศูนย์ราชการฯ อาคารเอ พ.ต.ท.อมร หงษ์ศรีทอง ผอ.กองคดีฮั้วประมูล ได้นัดหมายสอบปากคำพยานวิศวกรภายใต้กิจการร่วมค้า PKW จำนวน 10 ราย ซึ่งเป็นลอตสุดท้ายจากทั้งหมด 40 ราย เพื่อสอบถามกรณีรายชื่อและลายเซ็นปรากฏในเอกสารควบคุมงานก่อสร้างอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ที่ถล่ม
คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษเปิดเผยว่า ในการสอบปากคำวิศวกร PKW ลอตสุดท้ายวันนี้ ได้แบ่งการสอบสวนเป็นรอบเช้า 5 ราย และรอบบ่าย 5 ราย แต่ปรากฏว่ามีวิศวกรที่เลื่อนนัดหมายจากวันก่อนหน้าเดินทางมาให้ปากคำเพิ่มเติม ทำให้รอบเช้าสอบปากคำไปแล้ว 6 ราย โดยทั้งหมดให้การปฏิเสธว่าลายเซ็นที่ปรากฏในเอกสารควบคุมงานไม่ใช่ลายเซ็นของตนเอง ส่วนรอบบ่ายยังคงอยู่ระหว่างการสอบสวน
ต่อมาเวลา 13.25 น. นายสมชาย ทรัพย์เย็น วิศวกรผู้จัดการโครงการของกิจการร่วมค้า PKW ในฐานะผู้ควบคุมงาน ซึ่งมีชื่อลงนามให้ปรับแก้ Core Lift ตามแบบขยาย ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนตามนัดหมาย โดยนายสมชายมีท่าทีเร่งรีบเดินเข้าห้องสอบสวนทันทีที่เห็นสื่อมวลชน

คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษเผยอีกว่า ในสัปดาห์หน้าจะเชิญบุคลากรจากบริษัทผู้ออกแบบ (บริษัท ฟอ-รัม อาร์คิเทค จำกัด และบริษัท ไมนฮาร์ท (ประเทศไทย) จำกัด) และบริษัทผู้ก่อสร้างอาคาร สตง. มาให้ข้อมูลเพิ่มเติมในประเด็นที่ยังไม่ครบถ้วน หลังจากที่ได้สอบปากคำนายธีระ วรรธนะทรัพย์ กรรมการบริษัท ไมนฮาร์ทฯ ไปแล้ว พบว่ายังมีบุคลากรอื่นที่เกี่ยวข้องกับการออกแบบในส่วนต่างๆ ที่ต้องสอบถามเพื่อความรอบด้าน นอกจากนี้ ในช่วงต้นถึงกลางเดือนพฤษภาคม จะเริ่มสอบปากคำพยานในส่วนของผู้เสนอราคา (E-Bidding) จำนวน 6 บริษัท
ด้าน พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ โฆษกดีเอสไอ เปิดเผยความคืบหน้าการตรวจสอบเอกสารที่ยึดจากไซต์งานก่อสร้างตึก สตง. จำนวน 121 ลัง ว่า ดีเอสไอร่วมกับกรมโยธาธิการและผังเมืองตรวจเอกสารครบถ้วนแล้ว และคัดกรองเอกสารที่จะนำมาใช้ในสำนวนคดีเกือบ 100% โดยเอกสารแบ่งเป็น 3 ส่วน คือ เอกสารกิจการร่วมค้าเกี่ยวกับการก่อสร้างและจัดซื้อวัสดุ, เอกสารผู้ควบคุมงานและการแก้ไขแบบ, และเอกสารของ สตง. ในฐานะเจ้าของสถานที่ ซึ่งจะนำมาพิจารณากระบวนการก่อสร้างทั้งหมดตั้งแต่การออกแบบจนถึงการดำเนินการก่อสร้าง ส่วนเอกสารที่ไม่เกี่ยวข้องจะส่งคืนเจ้าของ
หลังจากนี้ ดีเอสไอจะตรวจสอบรายละเอียดในเอกสารที่ยึดมา และเรียกเจ้าของเอกสารมาชี้แจง รวมถึงพิจารณาเชิญพยานบุคคลในวันเกิดเหตุมาสอบปากคำเพิ่มเติม เพื่อสนับสนุนหลักฐานที่มีอยู่ โดยยังคงมุ่งเน้นการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการเก็บพยานหลักฐานทุกประเภท ทั้งปูนคอนกรีตและเหล็ก เพื่อหาสาเหตุการถล่มของตึก สตง. ว่าเกิดจากวัสดุไม่ได้มาตรฐานหรือความผิดพลาดในการออกแบบ นอกจากนี้ ดีเอสไอได้ประสานกรมโยธาธิการและผังเมืองให้ระงับการรื้อถอนปล่องลิฟต์ชั่วคราว เพื่อเข้าเก็บพยานหลักฐานที่มีรายละเอียดมากกว่าจุดอื่น และจะขอความเห็นจากกรมโรงงานเกี่ยวกับประเด็นฝุ่นแดง ว่ามีความเชื่อมโยงกับเหล็กที่ใช้ในการก่อสร้างหรือไม่ ซึ่งอยู่ระหว่างการสืบสวน



