สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากนครหลวงเวียงจันทน์ ประเทศลาว เมื่อวันที่ 5 พ.ค. ว่า นายไซบันดิด ลัดโพน รองประธานหอการค้าและอุตสาหกรรมแห่งชาติลาว (แอลเอ็นซีซีไอ) กล่าวว่า มาตรการภาษีต่างตอบแทน ซึ่งกำหนดโดยรัฐบาลวอชิงตันของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สร้างความกังวลอย่างมากให้กับภาคการส่งออกของลาว

ในหมู่สมาชิกสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ลาวเผชิญกับการขึ้นภาษีศุลกากรสูงเป็นอันดับสองของภูมิภาค อยู่ที่ 48% โดยเป็นรองเพียงกัมพูชา

นายไซบันดิด กล่าวว่า รัฐบาลลาวร่วมมือกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในแวดวงอุตสาหกรรม เพื่อทำการวิเคราะห์สถานการณ์อย่างครอบคลุม

ด้านคณะทำงานซึ่งประกอบด้วยบุคคลสำคัญจากภาคเอกชน กำลังปรึกษาหารือโดยตรงกับบริษัทที่เน้นการส่งออก เพื่อกำหนดแนวทางแก้ไขปัญหา

เขาเสริมว่า การค้าทวิภาคีระหว่างลาวกับสหรัฐ มีมูลค่าประมาณ 500-600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 16,569-19,883 ล้านบาท) ในปีงบประมาณที่แล้ว ซึ่งเป็นผลมาจากกิจกรรมที่เพิ่มขึ้นในเขตเศรษฐกิจพิเศษ

ขณะเดียวกัน มีการคาดการณ์ว่า ภาคการผลิตของลาวจะได้รับผลกระทบอย่างหนัก และการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวอาจคุกคามการจ้างงาน และการลงทุนที่ชะลอตัวลง หากการดำเนินการผลิตต้องหยุดชะงัก

รองประธานหอการค้าระบุว่า ความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างลาวกับสหรัฐซึ่งเป็นพันธมิตร เกิดขึ้นจากการพัฒนา และความไว้วางใจที่บ่มเพาะร่วมกันต่อเนื่องมานานหลายปี ขณะที่การสร้างความสัมพันธ์ในตลาดทางเลือก จำเป็นต้องใช้เวลาและทรัพยากรมากมาย

อย่างไรก็ดี รัฐบาลลาวมีความตั้งใจจะพิจารณาวิธีแก้ปัญหาที่เป็นไปได้ และเตรียมดำเนินการวิเคราะห์ปริมาณการค้าในแต่ละหมวดอย่างละเอียดถี่ถ้วน.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES