เมื่อวันที่ 3 ก.ค. นายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และอดีต รมว.คลัง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ถึงสถานการณ์ทางการคลังของประเทศ โดยชี้ว่า ประเทศไทยกำลังจะเจอทางตันงบประมาณ โดยปีนี้ งบรายจ่ายประจำ 3 ล้านล้านบาท เท่ากันพอดีกับรายได้รัฐบาล ซึ่งหมายความว่าปี 2570 นี้ ทุกบาทที่รัฐลงทุน เราต้องใช้เงินกู้ ซึ่งกำลังเดินสู่ทางตัน และจะติดกับดักกฎหมายทันที จากกฎหมาย 2 ฉบับที่กำกับการจัดทำงบประมาณ คือ 1.พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) วินัยทางการคลัง ที่ระบุว่ารัฐบาลต้องจัดงบลงทุนอย่างน้อย 20 เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณรวม และงบลงทุนต้องไม่น้อยกว่าเงินกู้เพื่อชดเชยการขาดดุล 2.พ.ร.บ.หนี้สาธารณะที่บอกว่าห้ามขาดดุลเกิน 20 เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณ (+80 เปอร์เซ็นต์ของงบคืนหนี้) สมมุติว่า ปี 2570 รายจ่ายประจำเพิ่มขึ้น แต่รายได้ภาษีอยู่เท่าเดิมหรือเพิ่มขึ้นน้อยกว่ารายจ่าย เราจะมีปัญหา “กับดักกฎหมาย” และเราต้องกู้มาจ่ายเงินเดือนข้าราชการ กู้มาจ่ายบำนาญ และมาคืนเงินกู้

นายกรณ์ ยังเสนอแนะทางออกของประเทศไว้ 6 ทาง คือ 1.ลดค่าใช้จ่ายประจำ 2.เพิ่มรายได้ภาษี ซึ่งส่วนสำคัญขึ้นอยู่กับการเติบโตทางเศรษฐกิจ และขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพการจัดเก็บภาษี 3.แก้ พ.ร.บ.วินัยทางการคลัง เพื่อลดสัดส่วนการลงทุน 4.แก้ พ.ร.บ.หนี้สาธารณะ เพื่อเปิดให้รัฐบาลกู้ชดเชยการขาดดุลได้มากขึ้น 5.กู้นอกระบบงบประมาณทุกปี ด้วยการออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน แบบรอบล่าสุด 6.ปล่อยให้เงินเฟ้อเพิ่มสูงขึ้น ทำให้ nominal GDP โตมากขึ้น แต่กำลังซื้อของประชาชนลดลง

นายกรณ์ เน้นย้ำว่า เราต้องเลือกเดินทางที่ 1 และ 2 เป็นหลัก คือลดรายจ่าย/เพิ่มรายได้ เพราะแนวทางอื่นเป็นแนวทางที่จะมีผลทางลบอย่างมากกับเสถียรภาพเศรษฐกิจ นำพาไปสู่หายนะและความยากจน แต่ที่ผ่านมา รัฐบาลพูดแล้วไม่ได้ทำจริง ซึ่งคำตอบชัดเจนว่ารัฐบาลเลือกกู้เพิ่มต่อไปเรื่อยๆ และในกรณีของ พ.ร.ก.กู้เงิน 400,000 ล้านบาทนั้น เป็นการใช้เงินกู้ที่ขาดวินัยทางการคลังอย่างสิ้นเชิง

“วันก่อนรัฐมนตรีพูดว่า ‘เราต้องเลือกว่าจะแก้ไขที่โครงสร้าง หรือจะกู้เพิ่มต่อไปเรื่อยๆ’ ซึ่งเท่าที่เห็นคำตอบชัดเจนว่า รัฐบาลเลือก ‘กู้เพิ่มต่อไปเรื่อยๆ’ และในกรณีของ พ.ร.ก.กู้เงิน 400,000 ล้านบาทนั้น ชัดเจนว่าเป็นการใช้เงินกู้ที่ขาดวินัยทางการคลังอย่างสิ้นเชิง ผมจะมานำเสนอต่อไปว่า ‘แก้ไขที่โครงสร้าง’ ทำได้อย่างไรบ้าง ถ้าไม่ทำ ผมฟันธงเลยครับว่าเราจะเจอวิกฤติการคลังนำไปสู่วิกฤติเศรษฐกิจครั้งใหญ่ภายในไม่เกิน 2-3 ปี” นายกรณ์ ระบุ.

อ่านโพสต์ฉบับเต็มได้ที่นี่