สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 3 ก.ค. ว่า องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (ดับเบิลยูเอ็มโอ) ซึ่งเป็นหน่วยงานด้านสภาพอากาศของสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ปรับเพิ่มคาดการณ์ว่า ปรากฏการณ์เอลนีโญมีแนวโน้มก่อตัวอย่างรวดเร็วและพัฒนาเป็น เอลนีโญระดับรุนแรง ภายในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า พร้อมเตือนว่า ปรากฏการณ์ดังกล่าวมีแนวโน้มทำให้อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกสูงขึ้น


ดับเบิลยูเอ็มโออธิบายว่า เอลนีโญเป็นปรากฏการณ์ที่อุณหภูมิผิวน้ำทะเลบริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกตอนกลางและตะวันออกอุ่นขึ้นเป็นระยะ โดยทั่วไปจะคงอยู่ประมาณ 9-12 เดือน และส่งผลให้อุณหภูมิโลกสูงขึ้น รวมถึงเพิ่มความเสี่ยงของสภาพอากาศสุดขั้ว


ย้อนกลับไปเมื่อต้นเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา ดับเบิลยูเอ็มโอเคยคาดการณ์ว่า เอลนีโญจะอยู่ในระดับปานกลาง หรืออาจรุนแรง แต่ข้อมูลพยากรณ์ล่าสุดทำให้องค์กรมีความเชื่อมั่นมากขึ้นว่า เอลนีโญระดับรุนแรงกำลังพัฒนาในมหาสมุทรแปซิฟิกบริเวณเส้นศูนย์สูตร


นอกจากนี้ ดับเบิลยูเอ็มโอโลกระบุว่า หากข้อมูลที่ได้รับในช่วงปลายฤดูร้อนบ่งชี้ถึงแนวโน้มที่รุนแรงยิ่งขึ้น ก็อาจมีการปรับเพิ่มการคาดการณ์เป็น “เอลนีโญระดับรุนแรงมาก” การพยากรณ์ตามฤดูกาลยังชี้ให้เห็นรูปแบบสภาพอากาศที่เป็นลักษณะเฉพาะของเอลนีโญอย่างชัดเจน ได้แก่ ภาวะแห้งแล้งกว่าปกติในหลายพื้นที่ของโลก เช่น อเมริกากลาง ภูมิภาคแคริบเบียน อเมริกาเหนือ และอเมริกาใต้ รวมถึงปริมาณฝนที่ลดลงในเอเชียใต้ช่วงฤดูมรสุม และบางพื้นที่ของอินโดนีเซียกับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้


ขณะเดียวกัน ดับเบิลยูเอ็มโอระบุว่า ยุโรปเพิ่งเผชิญกับคลื่นความร้อนรุนแรงที่สุดเท่าที่เคยมีการบันทึก ระหว่างวันที่ 20-28 มิ.ย. ที่ผ่านมา ส่งผลกระทบต่อการผลิตไฟฟ้า สร้างความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐาน และทำให้ระบบสาธารณสุขรับภาระหนัก โดยนักวิทยาศาสตร์เชื่อว่า คลื่นความร้อนครั้งนี้แทบจะแน่นอนว่า เป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิภาพ : REUTERS