เมื่อวันที่ 6 พ.ค. ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังร้าน “ชอบเจริญ” ร้านอาหารประเภท “ยำ 79 บาท” ซึ่งตั้งอยู่ภายในซอยหมู่บ้านช้างอโยธยา ต.ไผ่ลิง อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา หลังถูกชายอ้างว่าเป็นตำรวจยศ “สารวัตร” โทรศัพท์พูดคุยในลักษณะขอรับเงินรายเดือน 1,000 บาท แลกกับการไม่ให้เจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสอบร้าน พอปฏิเสธกลับถูกเจ้าหน้าที่หลายหน่วยงานเข้าตรวจค้นถี่ยิบ สร้างความหวาดกลัวให้ลูกค้า จนกระทบยอดขายอย่างหนัก
ด้าน น.ส.นุ่น (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 33 ปี หุ้นส่วนและผู้จัดการร้าน เปิดเผยว่า ตนและเพื่อนได้ร่วมกันเปิดร้านอาหารแห่งนี้มาตั้งแต่ต้นเดือน ธ.ค. 67 โดยมีใบอนุญาตประกอบกิจการและจำหน่ายสุราถูกต้องตามกฎหมาย

“ช่วงกลางเดือน ม.ค. มีตำรวจเข้ามาตรวจร้าน ขอดูใบอนุญาต ซึ่งเราก็ให้ตรวจตามปกติ ไม่ได้มีปัญหาอะไร จนวันที่ 1 ก.พ. มีผู้ชายโทรฯ มา อ้างตัวว่าเป็นสารวัตร พูดจาในลักษณะว่า ถ้าอยากให้ร้านสงบ ไม่โดนตรวจถี่ ก็ขอรับเงินเดือน ละ 1,000 บาท กับค่าตู้แดงอีก 500 บาท” น.ส.นุ่น กล่าว
น.ส.นุ่น กล่าวต่อว่า ในบทสนทนาดังกล่าวยังมีการพาดพิงถึงเจ้าหน้าที่ระดับสูงของจังหวัด ชุดเฉพาะกิจของผู้การ รวมถึงกล่าวถึงหน่วยงานตำรวจหลายหน่วย ซึ่งทำให้รู้สึกไม่สบายใจ จึงบันทึกเสียงไว้เป็นหลักฐาน และปรึกษากับหุ้นส่วน
“เราทำร้านอาหารธรรมดา ไม่ใช่ผับ ไม่ได้เปิดเกินเวลา ทุกอย่างมีใบอนุญาตครบ จึงรู้สึกว่าการเรียกรับเงินแบบนี้ไม่เหมาะสม ไม่จำเป็นต้องจ่าย”
หลังจากไม่ได้ตอบรับข้อเสนอของชายคนดังกล่าว ร้านเริ่มถูกเจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจถี่ขึ้นอย่างผิดสังเกต โดยเฉพาะช่วงเดือน มี.ค.-เม.ย. พบว่าเจ้าหน้าที่มากันจำนวนมาก บางครั้งรวมกว่า 20 คน มีทั้งรถตู้และรถกระบะรวม 5 คัน เข้ามาพร้อมกัน
“เจ้าหน้าที่ใช้ไฟฉายส่องในร้าน ขอดูบัตรประชาชนของลูกค้า ทำให้ลูกค้าหลายคนตกใจ กลัวว่าจะมีปัญหาอะไร จนบางคนไม่กล้ากลับมานั่งอีก ตอนนี้กระทบยอดขายชัดเจน”

ด้านนายพุฒิพงษ์ ยิ้มประเสริฐ อายุ 33 ปี เจ้าของร้าน เผยว่า หลังจากทราบเรื่อง ได้ไปขอตรวจสอบ ที่ สภ.พระนครศรีอยุธยา ว่าชายคนดังกล่าว เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจจริงหรือไม่ และมีการตรวจสอบยืนยันว่าบุคคลในคลิปเสียงเป็นตำรวจจริง ซึ่งทางผู้กำกับ สภ.พระนครศรีอยุธยา ได้รับทราบเรื่อง และมีคำสั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนแล้ว
“สิ่งที่เรารู้สึกคือ ทำไมพอเราร้องเรียน กลับมีเจ้าหน้าที่ลงมาตรวจร้านมากขึ้นเรื่อยๆ โดยอ้างว่าเป็นการประชาสัมพันธ์ ทั้งที่การตรวจแบบนั้นกลับทำให้ลูกค้ากลัว ไม่กล้ามาอีก เราอยากทำมาหากินอย่างสุจริต แต่กลับต้องมารับแรงกดดันแบบนี้” เจ้าของร้าน เผย
ทั้งนี้ เจ้าของร้านยืนยันว่า สิ่งที่นำคลิปออกมาเปิดเผย ไม่ได้มีเจตนาจะสร้างความขัดแย้งกับเจ้าหน้าที่ แต่ต้องการให้สังคมช่วยตั้งคำถามว่า การใช้อำนาจในลักษณะนี้สมควรหรือไม่ และต้องการให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเป็นธรรม.



