เมื่อวันที่ 6 พ.ค. 68 นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ฝ่ายเศรษฐกิจ อดีต รมว.คลัง กล่าวถึงกรณีที่นายกรัฐมนตรี บรรยายวิธีแก้ปัญหาเศรษฐกิจระยะสั้นและระยะยาว ในเวทีสัมมนาเมื่อวันที่ 30 เม.ย. 2568 ว่า แนวทางของนายกรัฐมนตรีไม่เป็นการช่วยธุรกิจรายย่อยอย่างยั่งยืน และอยากแนะนำให้เอานโยบาย “เอาประชาชนเป็นศูนย์กลาง” ของพรรคพลังประชารัฐไปใช้ ส่วนกรณีที่นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า รัฐบาลเน้นกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอย หวังจะช่วยเพิ่มรายได้ให้แก่ธุรกิจรายย่อย อันจะเป็นการช่วยต่อลมหายใจนั้น ตรงนี้ตนขอตั้งข้อสังเกตว่า ผลประโยชน์ที่เกิดการแจกเงินหมื่นเพื่ออุดหนุนการอุปโภคบริโภคที่ผ่านมา ไปกระจุกตัวอยู่ที่ธุรกิจค้าปลีกขนาดใหญ่เป็นสำคัญ ขณะที่กระจายลงไปถึงรายย่อยน้อยมาก และผลดีที่เกิดต่อจีดีพีก็ได้เพียงเล็กน้อย ไม่ได้ผลโดยตรงกับเจตนาของรัฐบาล
นายธีระชัย กล่าวว่า รัฐบาลควรเปลี่ยนปรัชญานโยบายเศรษฐกิจจากการเลียนแบบบริษัทจำกัดที่เน้นดูแลผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นคือกลุ่มผู้สนับสนุนทุนแก่พรรคการเมืองเป็นอันดับหนึ่ง ไปเป็นนโยบาย “เอาประชาชนเป็นศูนย์กลาง” ของพรรคพลังประชารัฐ โดยเข้าไปรื้อโครงสร้างธุรกิจผูกขาดเพื่อคืนกำไรให้ผู้บริโภคมากขึ้น เปิดพื้นที่ยืนให้แก่ธุรกิจรายย่อย สามารถแข่งขันได้มากขึ้น และกระตุ้นการแข่งขันในระบบแบงก์เพื่อให้รายย่อยเข้าถึงทุนในระบบได้ง่ายขึ้น
“รัฐบาลต้องไม่ไปทำลายธุรกิจยักษ์ใหญ่ เพียงแต่ควรปรับจุดสมดุลให้ธุรกิจยังอยู่ได้ ในขณะที่รายย่อยมีโอกาสช่วยตัวเองมากขึ้น โดยไม่ต้องรอคอยนโยบายการกุศลนิยมจากรัฐบาล” นายธีระชัย กล่าว
ส่วนกรณีที่นายกรัฐมนตรีบรรยายแผนงานที่รัฐบาลจะลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งที่เป็นรูปธรรมและรูปแบบอื่นนั้น นายธีระชัย กล่าวว่า ตนเห็นด้วยและเป็นเรื่องที่ต้องเร่งรัด แต่ขอบอกว่าไม่ตรงกับพฤติกรรมกรณีที่ผ่านมา ซึ่งรัฐบาลไปเน้นการแจกเงินหมื่นอันเป็นประชานิยมที่ไม่สร้างชาติให้ยั่งยืนดังเช่นโครงสร้างพื้นฐาน.



