“หัวหน้าตุ๋ย” พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกฯ และรมว.พลังงาน หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ตอนนี้โดนรุมหลายเรื่อง ซึ่งว่ากันว่า เบื้องหลังมาจากความพยายามเปลี่ยนตัว รมว.พลังงานส่วนหนึ่ง และความไม่เป็นเอกภาพในพรรค รทสช.ส่วนหนึ่งที่ต้องการเปลี่ยนหัวหน้าพรรค ทำให้เจ้าตัวโดนสอบเรื่องแจกถุงยังชีพของ ปตท.โดยมีสติกเกอร์ตัวเองแปะอยู่ และถูกร้องเรื่องยังเป็นกรรมการบริษัทเอกชน อาจขัดต่อคุณสมบัติความเป็นรัฐมนตรี

ที่สำนักงาน กกต. นายสนธิญา สวัสดี นักเคลื่อนไหว กล่าวว่า ในฐานะผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ในเขต 8 จังหวัดนครศรีธรรมราช จะขอยื่นเรื่องร้องคัดค้านผลการเลือกตั้ง สส.เขต 8 นครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ 27 เม.ย. เนื่องจากเป็นการเลือกตั้งที่ไม่สุจริตเที่ยงธรรม โดยพบว่า มีการแจกวัวกว่า 60 วัว จ่ายเงินอีกรายละ 2,000 บาท ยังขอไม่เปิดเผยรายละเอียด และยื่นเรื่องต่อ กกต.เพื่อให้ตรวจสอบการกระทำที่จะฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ และ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. ปี 2561 ของนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ในการถือหุ้นและเป็นกรรมการบริหาร จำนวน 4 บริษัท ขอเรียกร้องให้นายพีระพันธุ์แถลงข่าวเรื่องนี้

ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ ทำเนียบรัฐบาล ว่าที่ร้อยเอกไกรภพ นครชัยกุล อดีตหัวหน้าพรรค รทสช. เดินทางเข้ามายื่นหนังสือถึง นายกฯ เพื่อขอให้ปลดนายพีระพันธุ์ รวมถึงขอให้ลาออกจากหัวหน้าพรรค รทสช. จากกรณีแจกถุงยังชีพติดสติกเกอร์ ถือเป็นการใช้ทรัพย์สินของหลวงเพื่อประโยชน์ของตนเอง อันเป็นการกระทำฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง รวมทั้งกรณีการถือครองหุ้นและเป็นกรรมการบริษัท

“ความปรากฏแก่นายทะเบียนพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ที่ระบุว่าปัจจุบัน นายพีระพันธุ์ ยังเป็นผู้ถือหุ้นของบริษัท รพีโสภาค จำกัด, บริษัท โสภา คอลเลคชั่นส์ จำกัด, บริษัท วีพี แอร์โร่เทค จำกัด และบริษัท พี แอนด์ เอส แลนด์ แอนด์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด อีกทั้งปัจจุบันนายพีระพันธุ์ ยังดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการบริษัท รพีโสภาค จำกัด ซึ่งปรากฏตามหนังสือรับรองนิติบุคคลของบริษัท รพีโสภาค จำกัด”

อันทำให้สถานะความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลง และขาดคุณสมบัติความเป็นรัฐมนตรี เนื่องจากในขณะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรียังเป็นกรรมการบริษัทและผู้ถือหุ้นด้วย การถือหุ้นเกินกว่าจำนวน 5% จะต้องแจ้งให้แก่ประธานป.ป.ช.ทราบและไม่คงหุ้นไว้ ให้โอนแก่นิติบุคคลที่บริหารจัดการ แต่นายพีระพันธุ์มิได้กระทำ ขัดต่อ พ.ร.บ.การจัดการหุ้นส่วนและหุ้นของรัฐมนตรี พ.ศ. 2543 ส่งผลให้นายกฯ ไม่ตรวจสอบให้ดี ไม่ใช้ความระมัดระวังให้เพียงพอในการตรวจสอบคุณสมบัติ มีการซุกหุ้นและเป็นเจ้าของหรือกรรมการบริหารหลายบริษัท

นอกจากนี้ ที่รัฐสภา ภาคประชาชนนำโดย นายอรรทิตย์ฌาณ คูหาเรืองรอง ยื่นหนังสือถึงนายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 เรื่อง ขอให้ตรวจสอบพฤติกรรมและบทบาทของนายพีระพันธุ์ ว่าเกี่ยวข้องกับการส่งเสริม และสนับสนุนในการสร้างด้อม (fanclub kingdom ที่ที่รวมตัวกันของแฟนคลับในโลกโซเชียล) พีระพันธุ์ หรือด้อมพัง (ชื่อกลุ่มแฟนคลับ) หรือไม่

“ด้อมดังกล่าวมีพฤติกรรมในการล่วงละเมิดหรือล่วงเกิน คุกคามผู้ที่มีความเห็นต่างทางการเมือง มีการถ่ายทอดสดหรือผลิตวิดีโอที่บิดเบือนข้อมูลด่าทอ ใช้ข้อความที่หยาบคาย รวมถึงการกลั่นแกล้งรังแก (bully) เด็กพิเศษด้วย” โดยผู้ร้องมีคลิปภาพและเสียงนายพีระพันธุ์ไปร่วมงานของด้อมดังกล่าวหลายครั้ง และยังพูดเปรียบเปรยประชาชนที่ไม่ได้สนับสนุนเขา เป็นประชาชนที่อยู่ในโคลนตม ไม่ใช่หน้าที่ที่จะต้องมุดลงไปกระชากคนเหล่านั้นขึ้นมา หากนายพีระพันธุ์เกี่ยวข้อง อาจผิดรัฐธรรมนูญหมวด 8 มาตรา 164 วรรค 4 และอาจต้องสอบจริยธรรมด้วย

วันที่ 6 พ.ค. นายกฯ อิ๊งค์ แพทองธาร ชินวัตร เป็นประธานการประชุม ครม. ซึ่งผู้สื่อข่าวถามถึงเรื่องที่ศาลจะนัดฟังคำสั่งเกี่ยวกับกรณี “อดีตนายกฯ แม้ว” ทักษิณ ชินวัตร อยู่ รพ.ตำรวจ โดยชอบหรือไม่ ลูกอิ๊งค์ยืนยันว่าพ่อแม้วป่วยจริง เชื่อว่าพ่อแม้วมีเอกสารยืนยัน จะให้ตัวเองพูดอย่างไร คนที่เลือกจะไม่เชื่อก็ไม่เชื่อว่าป่วยจริง

“ส่วนเรื่องดิจิทัลวอลเล็ตเฟส 3 ยังไม่เข้าที่ประชุม ครม. ยังอยู่ในส่วนของการรวบรวมความคิดเห็น เพราะมีเรื่องสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่เปลี่ยนแปลงไป ทางสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มีความเห็นเข้ามา เราจึงรับฟังว่าช่วยได้แค่ไหนในเรื่องกระตุ้นเศรษฐกิจ เงินก้อนนี้สามารถทำอะไรให้เกิดประโยชน์สูงสุดของคนทั้งประเทศ แต่ขณะนี้โครงการยังไม่เปลี่ยนแปลง เมื่อมีเรื่องภาษีสหรัฐอเมริกาเข้ามา จึงต้องรอฟังความเห็นให้ครบ แล้วจะกำหนดได้ว่าจะเลื่อนหรือไม่เลื่อน จึงยังไม่รับปาก”

เรื่องสภาหมื่นล้าน จะของบปรับปรุงพันล้าน นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า ไม่ได้เป็นการต่อเติมแต่อย่างใด เพราะอาคารรัฐสภาสร้างเสร็จ และมีการตรวจรับแล้ว แต่ต้องเพิ่มเติมสิ่งที่มีอยู่แล้วให้สมบูรณ์ เช่น ห้องประชุมชั้นบี 2 ที่สร้างเสร็จแล้วจุได้ 1,500 คนแต่ไม่มีโต๊ะเก้าอี้ ไม่มีเวทีการประชุม ไม่มีจอ ไม่มีเครื่องเสียง รวมถึงไฟไม่สว่าง กมธ.กิจการสภาผู้แทนราษฎร ผู้บริหารสภา เห็นว่าควรจะทำให้สมบูรณ์ เพื่อใช้ประโยชน์ให้เต็มที่

ขณะนี้เป็นการเสนอไปยังสำนักงบประมาณ และสำนักงบฯ ต้องตัดตอนไปอีกหลายอย่าง บางอย่างอาจจะไม่ได้เลยก็ได้ ส่วนราคาจะถูกจะแพง ขึ้นอยู่กับระเบียบกฎหมายว่าด้วยราคากลางที่มีกำหนดอยู่ ขอย้ำว่าทุกอย่างต้องโปร่งใส ถูกต้อง สมบูรณ์ มีศักดิ์ศรี เมื่อประชาชนเข้ามาจะได้เห็นว่าสภาเป็นสถาบันที่สง่างาม มีศักดิ์ศรีเป็นเกียรติเป็นศรีต่อผู้ที่มาใช้ไม่ใช่แค่ สส. แต่ประชาชน นักเรียน นักศึกษาเข้ามาใช้ได้ รวมถึงผู้นำ ทูตต่างประเทศที่เข้ามาเยี่ยมชมสภา เราจึงอยากให้ทำอะไรให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ไม่ใช่ทำอะไรแค่พอเสร็จ ต้องทำให้เกิดความภาคภูมิใจในสถาบันนิติบัญญัติของชาติ

ศาลาแก้ว ยังไม่ได้ใช้งาน ก็ยังไม่ทราบว่าสร้างไว้ทำไม เพราะดูอาคารรัฐสภากับศาลาแก้วไม่รู้ว่าสัมพันธ์กันอย่างไร แต่เมื่อสร้างเสร็จและตรงนั้นก็เป็นลานสำหรับที่ประดิษฐานพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 7 ส่วนศาลาแก้วอาจจะเป็นส่วนหนึ่งที่อยู่ 2 ข้าง เมื่อมีพิธีต่างๆ อาจต้องใช้ศาลาแก้ว จึงมีงบเข้าไปปรับปรุง

“รองแบด” ภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 กล่าวถึงข้อวิจารณ์หลังสำนักงานสภาผู้แทนราษฎร การของบประมาณ ปี 2569 ในการปรับปรุงพื้นที่ต่างๆ ของรัฐสภาหลายรายการ มูลค่าเกือบ 1,200 ล้านบาท ว่า ส่วนที่ตนรับผิดชอบ มีแค่ 3 โครงการ คือ โครงการปรับปรุงห้องสมุด โครงการปรับปรุงพิพิธภัณฑ์รัฐสภา งบประมาณ 120 ล้านบาท และโครงการปรับปรุงระบบเสียงห้องประชุมจำนวน 1,500 ที่นั่ง งบประมาณ 99 ล้านบาท ในส่วนของพิพิธภัณฑ์รัฐสภา มีความตั้งใจที่จะทำให้เป็นพื้นที่บอกเล่าเรื่องราวประวัติความเป็นมาของอาคารรัฐสภา มีที่ว่างจัดไว้แล้ว

ส่วนห้องประชุม 1,500 ที่นั่ง ที่ชั้น B2 มีความตั้งใจจะจัดทำเป็นห้องอบรมสัมมนาสำหรับกรรมาธิการทุกคณะของทั้ง 2 สภา เป็นแผนเดิม ที่ต้องมีตั้งแต่ก่อสร้างรัฐสภาแล้วแต่ยังไม่ได้ดำเนินการ จึงต้องของบประมาณมาจัดทำให้แล้วเสร็จ ดีกว่าปล่อยให้เป็นห้องร้าง และยังเป็นการลดค่าใช้จ่ายของ กมธ.ด้วย เนื่องจากที่ผ่านมา กมธ.เสียเงินไปเช่าพื้นที่โรงแรมในการจัดอบรมสัมมนา เดิมสำนักประชาสัมพันธ์เสนอของบมาที่ 160-170 ล้านบาท ตัดเหลือ 99 ล้านบาท

รองแบด ย้ำว่า ทุกโครงการที่ของบประมาณไปเป็นเพียงแค่ร่างงบประมาณปี 2569 เท่านั้น ยังไม่ได้เป็นที่สิ้นสุด เมื่อเข้าสู่ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรในวาระ 1 สิ้นเดือน พ.ค. จากนั้นในชั้น กมธ. ก็ปรับลดได้ งบประมาณที่ขอไปไม่ใช่งบซ่อมสร้าง แต่เป็นงบต่อเติม เพราะยังมีส่วนที่ยังไม่ได้ดำเนินการ และต้องทำในเฟส 2-3

นายอลงกต วรกี สว. กล่าวว่า “เรื่องงบเรียนภาษาจีนของ สว. กว่า 2 ล้านบาทนั้น ยืนยันว่าไม่ได้เป็นงบที่ไปดูงาน โครงการนี้มี สว. มาเรียนเกือบ 50 คน อาจจะเป็นเรื่องค่าน้ำชา กาแฟ และค่าวิทยากร แต่การไปดูงานที่ประเทศจีนไม่ได้ไปทุกคน ไปเพียงผู้ที่มีเกณฑ์การเรียนดี 10 คนเท่านั้น รวมทั้งผมด้วย ซึ่งรัฐบาลจีนเชิญผ่านสถาบันขงจื๊อให้ไปดูงาน ออกค่าที่พัก ค่าอาหารให้ แต่ สว.ต้องเสียค่าเครื่องบินเอง ผมกำลังตรวจสอบว่า ทำไมใช้งบเยอะ ที่จำได้เราเรียนประมาณ 3-4 เดือน เดาว่าน่าจะเป็นค่าวิทยากร สว. ที่เรียนภาษาจีนตอนแรกมี 50 คน เรียนไปเรียนมาเหลือ 20 คน”

ปิดท้ายด้วยเรื่องดีๆ เมื่อ ครม. เห็นชอบร่างกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์และอัตราการได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีว่างงาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. … ปรับจากอัตราการได้รับประโยชน์ทดแทนสำหรับผู้ประกันตนตามมาตรา 33 แห่ง พ.ร.บ.ประกันสังคม พ.ศ. 2533 ในกรณีว่างงานเพราะเหตุถูกเลิกจ้าง จากเดิมอยู่ที่อัตรา 50% ของค่าจ้างรายวัน ซึ่งอาจไม่เพียงพอต่อการดำรงชีพ จึงให้เพิ่มเป็น 60% ของค่าจ้างรายวัน ทั้งนี้ ให้ได้รับครั้งละไม่เกิน 180 วันเช่นเดิม.

“ทีมข่าวการเมือง”