เมื่อวันที่ 28 เม.ย. พล.ต.ต.ชัชปัณฑกาณฑ์ คล้ายคลึง รอง ผบช.สอท. พร้อมด้วย พ.ต.อ.ทำนุรัฐ คงมั่น รอง ผบก.สอท.1 กล่าวถึงกรณีการดำเนินคดีกับเบิร์ด วันว่างๆ ที่ออกมาทำคอนเทนต์กระทบต่อประชาชนซ้ำซาก โดยเฉพาะล่าสุดที่ได้ทำคลิปนำกาวยาแนวผสมน้ำมาประแทนแป้งในช่วงเทศกาลสงกรานต์พระประแดง
พล.ต.ต.ชัชปัณฑกาณฑ์ กล่าวว่า ขณะนี้ทางตำรวจไซเบอร์ได้ประสาน สภ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ ในเรื่องของการดำเนินคดีที่เกี่ยวข้องกับแพลตฟอร์มโลกออนไลน์ของ เบิร์ด วันว่างๆ ซึ่งคดีดังกล่าวจะถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วน โดยส่วนแรก คือ ในส่วนของคดีอาญาเชิงกายภาพ มีผู้เสียหาย 2 รายแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.พระประแดง เมื่อคืนที่ผ่านมา โดยคาดว่า เบิร์ด วันว่างๆ จะมีความผิดฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295 ขณะเดียวกัน พนักงานสอบสวนได้ส่งผู้เสียหายทั้ง 2 รายไปตรวจร่างกายเพิ่มเติม หากพบว่าได้รับบาดเจ็บสาหัส ก็จะแจ้งข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ได้รับบาดเจ็บสาหัส ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 297 นอกจากนี้ในส่วนของบริษัทเจ้าของผลิตภัณฑ์กาวยาแนว ซึ่งได้ออกแถลงการณ์ว่าเตรียมที่จะแจ้งความดำเนินคดีกับ เบิร์ด วันว่างๆ เบื้องต้นคาดว่าจะถูกดำเนินคดีในความผิดเกี่ยวกับเรื่องละเมิดตามกฎหมายแพ่งและความผิดเกี่ยวกับเรื่องเครื่องหมายการค้าและการคุ้มครองผู้บริโภค
ส่วนที่สอง ในส่วนของคดีออนไลน์ ขณะนี้ตำรวจไซเบอร์ ได้ดำเนินการตรวจสอบเพจทั้ง 3 เพจของ เบิร์ด วันว่างๆ ซึ่งจากเนื้อหาแล้ว พบเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 (1) ในเรื่องของการนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ทั้งการโพสต์คลิปกาวยาแนวใส่ประชาชนและคลิปที่กล่าวอ้างว่า ผงดังกล่าวเป็นแป้งมัน ไม่ใช่กาวยาแนว ซึ่งอาจเข้าข่ายเป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริงด้วย ขณะเดียวกัน ก็จะผิดในมาตรา 14 (2) ในเรื่องของการเผยแพร่ข้อมูลที่ทำให้ประชาชนตื่นตระหนกตกใจ ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
พร้อมกันนี้ ยังได้ประสานให้ทางตำรวจ สภ.พระประแดง ส่งเรื่องมายังตำรวจไซเบอร์ตามขั้นตอน เพื่อที่ทางตำรวจไซเบอร์จะได้นำเลข URL เพจของ เบิร์ด วันว่างๆ ทั้ง 3 เพจ เสนอต่อกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ให้ดำเนินการปิดแพลตฟอร์มเพจทั้ง 3 เพจของ เบิร์ด วันว่างๆ ซึ่งจะสามารถดำเนินการเร่งรัดปิดเพจได้ภายในวันนี้หรือวันพรุ่งนี้
ส่วนประชาชนที่ปรากฏในคลิปและต้องการที่จะแจ้งความในเรื่องของการไม่ยินยอมให้เผยแพร่ก็สามารถแจ้งความดำเนินคดีได้เช่นเดียวกัน ในเรื่องความผิดเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลหรือ PDPA โดยลักษณะการทำงานของตำรวจไซเบอร์ จะทำงานคู่ขนานกันไปกับการสอบสวนของพนักงานสอบสวน สภ.พระประแดง ซึ่งจะให้พนักงานสอบสวน สภ.พระประแดง เป็นเจ้าภาพหลักในคดีหลักคือเรื่องของการทำร้ายร่างกายและดำเนินการออกหมายเรียก เบิร์ด วันว่างๆ แล้วถึงค่อยดำเนินการต่อในส่วนของการแจ้งข้อหาเกี่ยวกับความผิดทางออนไลน์ต่อไป
ทั้งนี้ ตำรวจไซเบอร์จะสามารถขออำนาจศาลออกหมายจับก่อนได้เลยหรือไม่นั้น เนื่องจากโทษตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มีโทษจำคุกเกิน 5 ปี เรื่องนี้ พ.ต.อ.ทำนุรัฐ คงมั่น รอง ผบก.สอท.1 ชี้แจงว่า การออกหมายจับคดีในส่วนของตำรวจไซเบอร์นั้น ต้องดูที่เจตนาเป็นหลัก รวมทั้งต้องสามารถพิสูจน์ยืนยันตัวบุคคลได้แน่ชัดว่า ผู้ที่เป็นคนโพสต์หรือนำเข้าข้อมูลส่วนระบบคอมพิวเตอร์ คือเบิร์ด วันว่าง ๆ จริง ซึ่งหากสามารถพิสูจน์ได้ ก็จะสามารถออกหมายจับได้ ดังนั้นในส่วนนี้ ต้องรอให้ เบิร์ด วันว่างๆ เข้ามาพบตำรวจและนำโทรศัพท์ตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อน ถึงจะสามารถยืนยันตัวบุคคลและออกหมายจับได้.



