จากกรณีที่มีฝนตกในช่วงนี้จากสถานการณ์พายุฤดูร้อน ส่งผลให้คูกั้นช้างแบบดาดคอนกรีต ที่เพิ่งสร้างเสร็จแล้วบางส่วน ในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน ต.ท่าตะเกียบ อ.ท่าตะเกียบ จ.ฉะเชิงเทรา ได้เกิดพังทลาย เสียหายยับเยิน จากเหตุฝนตกหนักช่วงพายุฤดูร้อน โดยคูกั้นช้างในจุดนี้ คือจุดเดียวกันกับที่เคยมีข่าวเกิดเหตุถล่มพังเสียหายเมื่อช่วงเดือนพฤศจิกายน 2567 ซึ่งสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 2 (ศรีราชา) ได้เฝ้าติดตามกำกับดูแลการทำงานของผู้รับเหมาอย่างใกล้ชิด แต่ก็มาเกิดเหตุอีกจนได้ จากการตรวจสอบพบว่า โครงการก่อสร้างคูกั้นช้าง แบบดาดคอนกรีต ได้รับงบประมาณประจำปี 2567 เพื่อสร้างระยะทาง 10 กิโลเมตร มูลค่ากว่า 40 ล้านบาท เฉลี่ยกิโลเมตรละ 4.2 ล้านบาท ขณะนี้ก่อสร้างแล้วเสร็จประมาณ 3 กม. นั้น

ไม่ต้องใช้พลังช้าง แค่พายุฤดูร้อน ‘คูกั้นช้าง’ งบสร้าง 40 ล้าน พังถล่มไม่เป็นท่า

เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 7 พ.ค.68 นายก้องเกียรติ เต็มตำนาน ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 2 ศรีราชา ได้ชี้แจงประเด็นดังกล่าวว่า เกี่ยวกับความเสียหายของแนวกันช้างเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน กรณีคูกั้นช้างคอนกรีตเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไนเกิดความเสียหาย ว่า ตั้งแต่เดือน พ.ย.68 เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไนได้ตรวจพบความเสียหายของคูกั้นช้างคอนกรีตซึ่งอยู่ระหว่างการก่อสร้างในช่วง 1 กิโลเมตร แรก บริเวณตำบลสนามชัยเขต อำเภอสนามชัยเขต จังหวัดฉะเชิงเทรา โดยพบว่าแผ่นปูนซึ่งใช้เป็นดาดคอนกรีตและเสา เกิดการชำรุดพัง เนื่องจากเกิดดินสไลด์ จึงสั่งให้ผู้รับจ้างทำการรื้อและให้ทำใหม่ให้เป็นไปตามสเปกที่แบบกำหนด ซึ่งผู้รับจ้างก็รับทราบ โดยแจ้งว่าจะรื้อถอนทิ้งแล้วสร้างใหม่

ในช่วงเวลาต่อมา เจ้าหน้าที่ ขสป.อ่างฤาไน พบว่า ผู้รับจ้างยังไม่มีการรื้อถอน แต่ไปก่อสร้างในช่วงระยะทางกิโลเมตร ที่ 2-3-4 และแจ้งกับหัวหน้า ขสป.อ่างฤาไนว่า จะทำการรื้อถอนช่วงกิโลเมตรที่ 1 ต่อไป จากนั้นวันที่ 16 มี.ค.68 คณะกรรมาธิการแก้ไขปัญหาช้างสภาผู้แทนราษฎร นำโดย สส.ศักดิ์ชาย ตัณเจริญ และคณะ พร้อมด้วยผู้สื่อข่าวและประชาชนที่ให้ความสนใจ ได้ลงตรวจการปฏิบัติงานการก่อสร้าง ที่ก่อสร้างในช่วงระยะกิโลเมตรที่ 2-3-4 และจะส่งเบิกเงินตามงวดงาน ซึ่งทุกฝ่ายก็ให้ความพึงพอใจและเห็นว่าเป็นโครงการที่ดี ผู้รับจ้างได้แจ้งว่าได้ทำการก่อสร้างงาน ระยะ กม.ที่ 2-3-4 เสร็จเรียบร้อยแล้ว และขอส่งงานเพื่อเบิกเงินค่างวดงาน สบอ.2 ได้ทำหนังสือถึง ป.ป.ช.จังหวัดฉะเชิงเทรา ให้ร่วมตรวจสอบผลการปฏิบัติ เพื่อความโปร่งใสปราศจากข้อกล่าวหาใดๆ พร้อมกับคณะกรรมการตรวจรับงาน

จากนั้นในวันที่ 30 เม.ย.68 เวลา 20.00 น. หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไนได้รายงานทางโทรศัพท์ ถึงความเสียหายเร่งด่วนมายังสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 2 (ศรีราชา) เพื่อขอให้ร่วมพิจารณาในการบริหารโครงการก่อสร้าง ก่อนที่ วันที่ 2 พ.ค.68 ผอ.สบอ.2 ได้เรียกประชุมผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายประชุมหารือ มีมติให้ผู้รับจ้างแก้ไขงานให้เป็นไปตามแบบการก่อสร้าง และได้สั่งให้ชะลอและหยุดการก่อสร้างชั่วคราวเพื่อตรวจสอบความเสียหายและรักษาผลประโยชน์ของทางราชการ

มติที่ประชุมมีอีกว่าขอให้ชะลอโครงการนี้ไว้ก่อน โดยจะขอหารือกรมบัญชีกลางเพื่อความถูกต้องในการบริหารโครงการ และทำหนังสือหารือวิศวกรของกรมอุทยานฯ ว่าจะสามารถดำเนินการต่อไปได้หรือไม่ อย่างไร หรือจะต้องยกเลิกโครงการเพื่อรักษาผลประโยชน์ของทางราชการ

สำหรับคูกั้นช้างคอนกรีตที่มีภาพปรากฏทางสื่อออนไลน์ว่าทรุดตัวนั้น เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นประมาณตั้งแต่เริ่มก่อสร้างใหม่ๆ เดือน พ.ย.67 ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้แจ้งให้บริษัทผู้รับเหมาดำเนินการรื้อออกแล้ว แต่ผู้รับเหมายังไม่ได้ดำเนินการ จนเป็นข่าวครั้งที่ 2

ทั้งนี้จึงขอชี้แจงว่าโครงการดังกล่าวเกิดความเสียหาย ยังไม่สามารถชี้ชัดได้ว่า เกิดความผิดพลาดจากแบบ หรือ การก่อสร้างที่ไม่เป็นไปตามแบบที่กำหนดไว้ ซึ่งคณะกรรมการยังไม่มีการลงนามรับรองการตรวจรับงาน และยังไม่ได้มีการเบิกจ่ายเงิน ซึ่งกรรมการตรวจรับขอให้ผู้รับจ้างทำการแก้ไขให้เป็นไปตามแบบ

สบอ.2 ได้ขอหารือไปยังผู้ออกแบบ (สำนักทรัพยากรน้ำภาค 6) ว่าตามวัตถุประสงค์ของผู้ออกแบบ ว่าแบบที่ออกต้องรับน้ำหนักหรือแรงต้านด้านข้างจากมวลดินหรือไม่ ถ้าต้องรับน้ำหนักหรือแรงต้านด้านข้างจากมวลดิน ได้กำหนดค่าไว้ที่เท่าไหร่ สำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 6 แจ้งว่า ตามวัตถุประสงค์ของการออกแบบ การใช้แผ่นคอนกรีตเสริมเหล็ก เพื่อการทดแทนการดาดคอนกรีต ในพื้นที่ที่มีความลาดชัน และไม่สามารถรับแรงดันดินด้านข้างได้ สามารถแก้ไขแบบได้ตามความเหมาะสม

โดยในวันที่ 8 พ.ค.68 กรมอุทยานฯ จะส่งวิศวกร จากสำนักฟื้นฟูฯ จำนวน 4 นาย ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบการก่อสร้างและความเสียหายที่เกิดขึ้นว่าเกิดจากสาเหตุใด เพื่อให้เกิดความชัดเจนว่า การก่อสร้างไม่เป็นไปตามแบบที่กำหนด หรือ แบบที่ออกมานั้นไม่ได้มาตรฐาน ปัจจุบันกำลังอยู่ระหว่างการรอการพิจารณาความ จากการลงตรวจสอบของวิศวกร จากกรมอุทยานฯ ในวันพรุ่งนี้ 8 พ.ค.68
ขอยืนยันว่าการบริหารโครงการเป็นไปด้วยความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และประสานงานกับ ป.ป.ช.จังหวัดฉะเชิงเทรา ไปตรวจสอบในการตรวจรับงานทุกครั้ง และขณะนี้ยังไม่มีการเบิกจ่ายเงินให้ผู้รับจ้างแต่อย่างใด

ทั้งนี้ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 2 (ศรีราชา) จะเร่งดำเนินการตรวจสอบและแก้ไขปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุด เพื่อให้การดำเนินโครงการเป็นไปด้วยความถูกต้องและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อการอนุรักษ์พื้นที่และทรัพยากรธรรมชาติต่อไป.