เมื่อวันที่ 10 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายชีวะภาพ ชีวะธรรม ประธานคณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา เป็นประธานการประชุมเพื่อพิจารณาสอบหาข้อเท็จจริงกรณีปัญหาการออกเอกสารสิทธิโดยมิชอบในเขตป่าสงวนแห่งชาติจำนวน 35,000 ไร่ โดยเฉพาะบริเวณป่าแม่สลิดและป่าโป่งแดง ต.โป่งแดง อ.เมืองตาก จ.ตาก โดยมีผู้แทนจากอธิบดีกรมป่าไม้ สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 4 จ.ตาก และผู้แทนอธิบดีกรมที่ดินเข้าชี้แจง

นายชีวะภาพ กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ตรวจสอบของคณะกรรมาธิการฯ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา พบปัญหาการขีดเส้นแนวเขตแผนที่-รังวัดป่าสงวน ซึ่งมีความคลาดเคลื่อนรุกล้ำเข้าไปในป่าสงวน อีกทั้งพบหมุดหลักเขตโฉนดที่ดิน 2-3 จุด ซึ่งสันนิษฐานว่าน่าจะมีการออกเอกสารสิทธิไปแล้ว รวมทั้งการออกเอกสารสิทธิทับพื้นที่ป่าชุมชนบ้านหนองกระทุ่ม ต.โป่งแดง อีก 17 แปลง จำนวน 10,56 ไร่ จึงอยากให้กรมที่ดินและกรมป่าไม้ช่วยกันหาแนวทางแก้ปัญหา

นายเจนกิจ เชฏฐวาณิชย์ รองอธิบดีกรมที่ดิน ชี้แจงว่า มีโฉนดที่ดินซึ่งออกเอกสารสิทธิคลาดเคลื่อนบริเวณระหว่างเขตป่าตามกฎกระทรวงและที่เขตป่าในระวางแผนที่ จำนวน 1,479 แปลง แต่ยืนยันว่าเป็นการออกเอกสารสิทธิที่ชอบด้วยกฎหมายและดำเนินการตามขั้นตอนครบถ้วน ซึ่งปัญหาที่เกิดจากความคลาดเคลื่อนในการขีดเขตป่า ส่วนกรณีพบหลักเขตที่ดินในป่าที่ไม่ได้ครอบครองและทำประโยชน์นั้น ยืนยันว่าหลักเกณฑ์การออกโฉนดที่ดิน จะถือวันที่ครอบครองและทำประโยชน์ ในวันที่มีการรังวัดและสอบสวนสิทธิ หากมีการทำประโยชน์ก็จะเข้าหลักเกณฑ์ที่จะออกโฉนดได้

ส่วนประเด็นการออกเอกสารสิทธิทับซ้อนป่าชุมชนบ้านหนองกระทุ่มจำนวน 17 แปลงนั้น นายเจนกิจ ระบุ จากการตรวจสอบโฉนดที่ดินพบว่ามี 1 แปลงเต็มๆ ที่ถูกออกเอกสารสิทธิทับซ้อนป่าชุมชน อีก 16 แปลง บางส่วนอยู่ในเขตป่าชุมชน บางส่วนอยู่นอกเขตป่าชุมชน ซึ่งล่าสุดกรมที่ดินอยู่ระหว่างพิจารณาเพิกถอนเอกสารสิทธิตามมาตรา 61 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน โดยมีเป้าหมายจะเพิกถอนโฉนดที่ดินที่ทับซ้อนป่าชุมชนจำนวน 462 ไร่ ในเบื้องต้น

นายชีวะภาพ กล่าวว่า น่าจะเป็นข่าวดีของประชาชนในพื้นที่ ซึ่งค่อนข้างจะวิตกกังวล แต่เชื่อว่าจากนี้ทางกลุ่มชาวบ้านผู้ร้องเรียนจะติดตามการเพิกถอนโฉนดที่ทับซ้อนป่าชุมชนของพวกเขาอย่างใกล้ชิด เพราะที่ผ่านมามีการยิงข่มขู่ชาวบ้าน ทำให้หลายคนอยู่แบบหวาดกลัว

ทั้งนี้ทางคณะกรรมาธิการจะเร่งรวบรวมข้อมูลทั้งหมดเสนอต่อรัฐบาล โดยเฉพาะแนวทางแก้ปัญหาการขีดเขตแนวพื้นที่ที่ผิดเพี้ยน จะต้องให้คณะกรรมการ One Map ที่มีแนวทางที่พอจะช่วยเป็นกลางในการปรับเส้น ตรงไหนที่ผิดเพี้ยน ก็ปรับให้ถูกเพื่อให้เกิดความเป็นธรรม และไม่ให้เกิดผลกระทบต่อประชาชน

“วันนี้เอกสารอะไรที่มันออกผิดไป โดยที่มันไม่ได้เกี่ยวกับเส้นนะ คือพวกที่ไม่ได้ทำประโยชน์ครอบครอง กรณีนี้เป็นความผิดของเจ้าหน้าที่ส่วนไหน ก็ต้องลงโทษกันไป ส่วนกรณีป่าชุมชนจะต้องได้รับการเยียวยาด่วนที่สุดและต้องเร่งเพิกถอนเลย” นายชีวะภาพ กล่าว.



