นายสุรพล โอภาสเสถียร ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (เครดิตบูโร) เปิดเผยผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า ขอรายงานภาวะหนี้สินครัวเรือนที่จัดเก็บข้อมูล​ในระบบเครดิตบูโร​ สิ้นสุดไตรมาสที่​ 1/2568​ ดังนี้

  • หนี้สินครัวเรือนในภาพใหญ่ของประเทศอยู่ที่​ 16.2 ล้านล้านบาท
  • หนี้สินครัวเรือนที่มีการจัดเก็บในระบบเครดิตบูโรที่มาจากสถาบันการเงินกว่า​ 160 แห่งมีอยู่เท่ากับ​ 13.5 ล้านล้านบาท
  • หนี้เสีย NPLs มีจำนวน​ 1.19 ล้านล้านบาท ลดลงจากเดือนมกราคม​ 2568 จำนวน​ 3 หมื่นล้านบาท​ หนี้เสียนี้ครอบคลุมจำนวนลูกหนี้​ 5.15 ล้านคน คิดเป็น ​9.13 ล้านบัญชี

ทั้งนี้ในจำนวนหนี้เสีย NPL ต่ำกว่า​ 1 แสนบาท พบว่า​มีอยู่เป็นจำนวนเงิน 1.2 แสนล้านบาท หรือประมาณ​ 10% ของยอดหนี้เสีย ครอบคลุมลูกหนี้​ 3.28 ล้านคน คิดเป็น 4.44 ล้านบัญชี​ ถ้ามีมาตรการแก้หนี้ตรงนี้แบบเบ็ดเสร็จ​ก็จะช่วยคนได้เป็นจำนวนหลายล้านคน​ หนี้ส่วนใหญ่คือหนี้ไม่มีหลักประกัน โดยเจ้าหนี้มีการกันสำรองเต็มร้อยไปแล้วตามมาตรฐาน​การบัญชี​ ที่สำคัญคือเจ้าหนี้ติดต่อไม่ได้​

  • หนี้กำลังจะเสีย หรือ​ SM (ค้างชำระ 30-90 วัน) อยู่ในระดับ​ 5.75 แสนล้านบาท​ เทียบกับไตรมาสเดียวกันปีก่อนอยู่ที่​ 6.44 แสนล้านบาทลดลงมา​ 10.8%

ส่วนการเร่งปรับโครงสร้างหนี้หลังเป็นหนี้เสียหรือทำ​ TDR นั้นมียอดคงค้าง​ 1.08 ล้านล้านบาท เทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่​ 1.07 ล้านล้านบาท​ อยู่ในระดับทรงตัว

แต่การทำ​ DR หรือปรับโครงสร้างหนี้เชิงป้องกัน เป็นการปรับโครงสร้างหนี้ก่อนไหลมาไปเป็น​ NPLs ในขณะนี้อยู่ที่​ 1.12 ล้านล้านบาท​ เพิ่มขึ้นเทียบไตรมาสก่อนสูงถึง​ 31.7% สะท้อนว่า​ คนเป็นหนี้ ไปไม่ไหว ผ่อนติดขัด​ เจ้าหนี้ถูกกติกาบังคับให้ต้องยื่นข้อเสนอให้ลูกหนี้ทำ​ DR ซึ่งตัวเลขขึ้นเร็วมากจากการรายงานครั้งแรกเมื่อ เมษายน​ 2567

ประเด็นเล็กๆ คือ​ ลูกหนี้ที่ทำ​ DR แล้วผ่อนได้ตามสัญญา​ DR​ คือคนที่มีแผล​ รบกับหนี้แล้วไม่ค่อยชนะ​ ควรได้ยาสมานแผลช่วยจาก “คุณสู้​ เราช่วย”