เมื่อวันที่ 8 พ.ค. เพจ “ต้นอ้อเป็นหนึ่ง” โพสต์ข้อความระบุว่า มีสองสามีภรรยา ถูกลูกพี่ลูกน้องสวมชื่อทำประกันชีวิตมูลค่ากว่า 120 ล้านบาท หวังฆ่าชิงเงินประกัน แต่กลับรอดชีวิตอย่างปาฏิหาริย์ หลังถูกจัดฉากให้เกิดอุบัติเหตุรถชน พร้อมเชิญชวนให้ติดตามเรื่องราวที่เข้มข้นยิ่งกว่าซีรีส์

สองสามีภรรยาคู่นี้ โดยฝ่ายภรรยาเล่าว่า เธอทำธุรกิจปล่อยเงินกู้ร่วมกับลูกพี่ลูกน้อง 2 คน ตั้งแต่ปี 2550 กระทั่งในปี 2559 ธุรกิจเริ่มมีปัญหา เพราะไม่สามารถเก็บเงินจากลูกหนี้ได้ ทำให้เธอและสามีถูกแจ้งความข้อหาร่วมกันฉ้อโกง ทั้งที่สามีไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกิจ ต่อมามีการไกล่เกลี่ยและทำสัญญายอม โดยทั้งคู่ไม่รู้ว่านั่นคือการยอมรับสารภาพ ส่งผลให้เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2563 ศาลจังหวัดพิมาย พิพากษาให้จำคุกทั้งคู่ 24 เดือน ต้องเข้าเรือนจำกลางนครราชสีมา และพ้นโทษเมื่อวันที่ 4 มกราคม 2564

ไม่นานหลังพ้นโทษ เธอก็ถูกออกหมายจับอีกครั้งจาก สภ.บ้านฉาง จังหวัดระยอง โดยไม่ทราบว่าไปก่อคดีไว้เมื่อใด กระทั่งสืบทราบว่าหมายจับดังกล่าวออกในขณะที่เธอยังอยู่ในเรือนจำ ซึ่งอัยการพบความผิดปกติในสำนวนและสั่งสอบสวนใหม่ สุดท้ายมีคำสั่งไม่ฟ้อง

ระหว่างที่ทั้งสองกำลังต่อสู้คดี มีอีกหนึ่งบุคคลเข้ามาเกี่ยวข้อง คือ ลูกพี่ลูกน้องอีกคนที่เคยทำธุรกิจร่วมกัน ซึ่งภายหลังเกิดปัญหากัน แต่ไม่ได้มีการฟ้องร้อง กลับแสดงท่าทีช่วยเหลือเมื่อทั้งคู่พ้นโทษ โดยเสนอให้ทำธุรกิจรับจำนำรถ และชักชวนให้หาบ้านเช่าที่มีพื้นที่สำหรับจอดรถในจังหวัดศรีสะเกษ

ฝ่ายสามีจึงออกหาบ้านเช่าตามที่ตกลงกันไว้ และวันหนึ่งได้เดินทางไปดูกับชายที่ชื่อ “บอย” ระหว่างนั้นภรรยาไม่สามารถไปด้วยได้เนื่องจากต้องให้นมลูกวัยเดือนเศษ ช่วงค่ำวันเดียวกัน เธอได้รับแจ้งว่าสามีประสบอุบัติเหตุถูกรถชน ซึ่งมีพิรุธหลายอย่างที่ทำให้เชื่อว่าเป็นการจัดฉาก เพราะสามีรอดชีวิตอย่างปาฏิหาริย์

ต่อมาทั้งคู่มีความคิดจะทำประกันชีวิตให้ลูก จึงโทรฯ สอบถามบริษัทประกัน พบว่ามีการทำประกันชีวิตและอุบัติเหตุไว้แล้วหลายฉบับ รวมวงเงินหลายสิบล้านบาท ทั้งที่ช่วงเวลาดังกล่าวทั้งสองอยู่ในเรือนจำ และยืนยันว่าไม่ได้เป็นผู้ทำประกัน

กระทั่งวันหนึ่งไปทำบุญที่วัดและเห็นกระเป๋าที่ผู้เกี่ยวข้องวางไว้ในรถ ภายในมีสมุดบัญชีจำนวนมาก และเอกสารใบเสร็จจากโรงพยาบาลเอกชนในกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นใบเสร็จการตรวจสุขภาพของสามี ทั้งที่เจ้าตัวไม่เคยไปโรงพยาบาลดังกล่าว จึงเริ่มสงสัย

ต่อมาฝ่ายภรรยาได้รับแชตจากผู้เกี่ยวข้อง ซึ่งตั้งใจจะส่งให้ดูว่าทะเลาะกับแฟนหนุ่ม แต่กลับหลุดข้อความที่แฟนหนุ่มเขียนว่า “คงเป็นเวรกรรมที่มึงสั่งฆ่าไอ้โต้ง” ซึ่ง “ไอ้โต้ง” คือสามีของเธอ ทำให้เธอเริ่มปะติดปะต่อเรื่องทั้งหมด

ทั้งสองตรวจสอบกับบริษัทประกันหลายแห่ง พบว่ามีการทำประกันภัยไว้กว่า 50 ฉบับ มูลค่ารวมกว่า 120 ล้านบาท ซึ่งเชื่อว่าทั้งหมดเป็นการแอบอ้างชื่อไปทำประกันเพื่อหวังผลประโยชน์ โดยผู้รับผลประโยชน์คือผู้เกี่ยวข้องดังกล่าว และตัวแทนที่ขายประกันหลายฉบับ ก็คือกลุ่มลูกพี่ลูกน้องเดิมที่เคยมีคดีความด้วย

ด้านสามีเล่าว่า ตามข้อตกลงในการทำธุรกิจรับจำนำรถ เขาต้องดูแลบ้านเช่าและรถที่ลูกค้านำมาจำนำ จึงเดินทางไปดูกับ “บอย” และได้รายงานให้ผู้เกี่ยวข้องทราบ ระหว่างรอทานข้าวที่ร้านอาหาร บอยสั่งอาหารและจ่ายเงินทันที ต่างจากปกติที่มักจ่ายทีเดียวหลังทานเสร็จ

บอยอ้างว่าเพื่อนไม่มาแล้วจึงแยกย้ายกันกลับ ระหว่างทางกลับ เขาพบว่ารถกระบะสีดำจอดติดเครื่องอยู่ผิดปกติ และต่อมารถคันเดียวกันได้ขับมาชนรถจักรยานยนต์ของเขาอย่างจังจนสลบไป มารู้สึกตัวอีกทีขณะอยู่โรงพยาบาล และต้องนอนรักษาตัว 3 วัน

หลังจากนั้น บอยหายตัวไปจากการติดต่อ กระทั่งอีก 2 สัปดาห์ มีชายแต่งตัวมิดชิดวนเวียนอยู่หน้าบ้าน เมื่อเข้าไปดูใกล้ๆ พบว่าเป็นบอยแน่นอน แต่ไม่ทราบว่าเขามาทำอะไรในลักษณะลับๆ

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้สามีมั่นใจว่าเป็นแผนการร่วมกันจัดฉากฆาตกรรมเพื่อหวังเงินประกัน ซึ่งมีชื่อผู้เกี่ยวข้องรายนั้นเป็นผู้รับผลประโยชน์ และยังระบุว่าเป็น “ภรรยา” ของเขาด้วย ทั้งที่ไม่เป็นความจริง โดยเฉพาะประกันชีวิตของเขาเองพบว่า มีถึง 27 ฉบับ และของภรรยาอีก 19 ฉบับ ยืนยันว่าไม่มีส่วนรู้เห็นและไม่มีเงินมากพอจะทำประกันวงเงินหลักล้านเช่นนี้ได้

ขอบคุณโหนกระแส