สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 9 พ.ค. ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ แถลงเกี่ยวกับ “ข้อตกลงการค้า” ระดับทวิภาคีกับสหราชอาณาจักร ซึ่งเป็นประเทศแรกที่รัฐบาลวอชิงตันบรรลุข้อตกลงการค้าด้วย นับตั้งแต่ทรัมป์เดินหน้ามาตรการภาษีพื้นฐาน 10% และภาษีเหล็กและอะลูมิเนียม 25% ตลอดจนภาษียานยนต์และภาษีอะไหล่ยนต์ 25% กับคู่ค้าทั่วโลก ตั้งแต่เดือน มี.ค. และ เม.ย. ที่ผ่านมา


ทั้งนี้ทั้งนั้น รายละเอียดของเนื้อหาในข้อตกลงที่มีการเปิดเผย “ยังคงเบาบางมาก” โดยทรัมป์กล่าวว่า สหรัฐจะลดภาษียานยนต์ภาษีชิ้นส่วนยานยนต์ของสหราชอาณาจักร เหลือ 10% ภายในโควตา 100,000 คัน แต่หากมีการส่งออกมากกว่านั้น จะมีการเก็บภาษีรถยนต์และชิ้นส่วนที่เกินในอัตรา 27.5%

ขณะเดียวกัน ทรัมป์จะยกเลิกการเก็บภาษีและอะลูมิเนียม 25% กับสินค้าของสหราชอาณาจักร อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการบรรลุข้อตกลงระหว่างทั้งสองประเทศ เกี่ยวกับภาษีผลิตภัณฑ์ยา และยังไม่มีความชัดเจน ว่าสหราชอาณาจักรจะลดภาษียานยนต์และอะไหล่ยนต์ ซึ่งเรียกเก็บเพิ่มเติมจากสหรัฐ ในอัตรา 10% เพื่อตอบโต้มาตรการของรัฐบาลทรัมป์


ด้านทำเนียบนายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร ของเซอร์เคียร์ สตาร์เมอร์ ออกแถลงการณ์ ว่าสหราชอาณาจักรจะเพิ่มการนำเข้าสินค้าเกษตรของสหรัฐ “ที่ได้มาตรฐานตามกฎหมายของสหราชอาณาจักร” ท่ามกลางความวิตกกังวลเกี่ยวกับ เนื้อปนเปื้อนสารเร่งเนื้อแดง และไก่ที่มีคลอรีน


นอกจากนี้ ทรัมป์กล่าวเชิงติดตลกว่า “เจมส์ บอนด์ ไม่ต้องกังวลกับภาษี 100%” หลังผู้นำสหรัฐประกาศเตรียมขึ้นภาษีอัตราดังกล่าว กับภาพยนตร์ที่ไม่ได้ผลิตในอเมริกา.

เครดิตภาพ : AFP