ที่ศาลากลางจังหวัดร้อยเอ็ด ตัวแทนเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อจังหวัดร้อยเอ็ด นำโดย ดร.ประจักร์ บุญกาพิมพ์ ประธานสภาเกษตรกรจังหวัดร้อยเอ็ด นายสมภพ สุนาบุตร ผู้แทนกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อจังหวัดร้อยเย็ด นายสว่าง สุขแสง ประธานเครือข่ายโคเนื้อทุ่งกุลานายทินกร พุทธลา เจ้าของฟาร์มศรีโคตรวากิว และนายสุวิทย์ เศรษโฐ สมาชิกสภาษตรกรรจังหวัดร้อยเอ็ด ผู้ทรงคุณวุฒิด้านสัตว์ เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อ นายชัชวาลย์ เบญจสิริวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด เพื่อเสนอแนวทางปฏิรูปอุตสาหกรรมโคเนื้อไทย ภายใต้โมเดล “Thai Beef Model” หลังได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการเปิดเสรีทางการค้า (FTA)

ดร.ประจักร์ ระบุว่า ปัจจุบันเกษตรกรเลี้ยงโคทั่วประเทศกำลังเผชิญวิกฤตจากการนำเข้าเนื้อโคราคาถูก ทำให้โคไทยขายไม่ได้ราคา ขาดทุนต่อเนื่อง จนนำไปสู่การเลิกอาชีพจำนวนมาก จึงจำเป็นต้องมีแนวทางปฏิรูปที่ชัดเจนThai Beef Model เป็นข้อเสนอเชิงนโยบายที่จัดทำโดยภาคเกษตรกรร่วมกับผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรม ประกอบด้วย 5 แนวทางหลัก ได้แก่

  1. จัดตั้งองค์กรกลางดูแลอุตสาหกรรมโคเนื้อ
  2. พัฒนาฐานข้อมูลโคเนื้อแห่งชาติ
  3. ยกระดับฟาร์มและโรงเชือดสู่มาตรฐานสากล
  4. สนับสนุนการผลิตเนื้อคุณภาพสูงแทนการขายโคมีชีวิต
  5. สร้างระบบตลาดภายในและการส่งออกที่เข้มแข็ง

ด้านผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด กล่าวสนับสนุนข้อเสนอของเกษตรกร โดยระบุว่า “ผมเห็นด้วยกับแนวทางนี้ เพราะตรงกับเป้าหมายการพัฒนาเกษตรมูลค่าสูงของจังหวัด ซึ่งโคเนื้อเป็นหนึ่งในสินค้าที่เราต้องผลักดันให้เกิดจริง”

นายชัชวาลย์ เผยด้วยว่า จังหวัดได้เสนอโครงการพัฒนาอุตสาหกรรมโคเนื้อเข้าสู่รัฐบาลแล้ว และจะผลักดันต่อเนื่อง พร้อมเชิญชวนให้ร่วมมือกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในพื้นที่ เพื่อนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาในระดับนโยบาย

ทั้งนี้ กลุ่มเกษตรกรจะติดตามความคืบหน้าหลังยื่นหนังสือในระยะเวลา 15 วัน และหวังว่าจะมีมาตรการจากรัฐบาลออกมาอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมโคเนื้อไทยให้แข่งขันในตลาดโลกได้อย่างยั่งยืน