สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงดามัสกัส ประเทศซีเรีย เมื่อวันที่ 14 พ.ค. ว่า กระทรวงการต่างประเทศซีเรีย ระบุในแถลงการณ์ว่า ซีเรียยินดีกับการประกาศของทรัมป์ ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญสำหรับประชาชนชาวซีเรีย ที่พยายามฟื้นตัวจากสงครามอันยาวนานและเจ็บปวด
“การยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรเหล่านี้ มอบโอกาสที่สำคัญให้กับซีเรีย ในการแสวงหาเสถียรภาพ การพึ่งพาตนเอง และการฟื้นฟูประเทศอย่างมีความหมาย ซึ่งนำโดยประชาชนชาวซีเรีย และเพื่อประชาชนชาวซีเรีย” แถลงการณ์ระบุเสริม
#Syria says US lifting of sanctions ‘pivotal turning point’ https://t.co/OU28hERbNM pic.twitter.com/qmC9EV0Y94
— Arab News (@arabnews) May 13, 2025
นับตั้งแต่การโค่นล้มอดีตประธานาธิบดีบาชาร์ อัล-อัสซาด ที่ปกครองซีเรียมาอย่างยาวนาน เมื่อเดือน ธ.ค. ปีที่แล้ว บรรดาผู้นำซีเรียชุดใหม่ ก็ผลักดันให้ชาติตะวันตกยกเลิกการคว่ำบาตรต่อประเทศ ซึ่งถูกบังคับใช้เป็นส่วนใหญ่ในช่วงที่อัสซาดครองอำนาจ
ทั้งนี้ ประธานาธิบดีอาเหม็ด อัล-ชารา ผู้นำซีเรีย กล่าวระหว่างการเดินทางเยือนฝรั่งเศสเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ว่ามาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐและยุโรป มีผลบังคับใช้กับรัฐบาลดามัสกัสชุดก่อนหน้า จากการก่ออาชญากรรมต่าง ๆ แต่ในปัจจุบัน ระบอบอัสซาดถูกล้มล้างแล้ว ดังนั้น การคว่ำบาตรจึงควรถูกยกเลิกเช่นกัน และไม่มีเหตุผลใด ๆ ที่จำเป็นต้องคงมาตรการคว่ำบาตรเอาไว้
อนึ่ง การคว่ำบาตรของสหรัฐ ทำให้ซีเรียถูกแยกออกจากระบบการเงินโลก และกำหนดข้อจำกัดทางเศรษฐกิจหลายประการต่อรัฐบาลดามัสกัส ตลอดช่วงสงครามกลางเมืองที่ยาวนานกว่า 10 ปี ซึ่งมาตรการคว่ำบาตรที่ยังมีอยู่ ถูกมองว่าเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ และการฟื้นฟูหลังสงครามของซีเรีย
ด้านนายอาซาด อัล-ไชบานี รมว.การต่างประเทศซีเรีย แสดงความขอบคุณต่อซาอุดีอาระเบีย สำหรับบทบาทในการผลักดันการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตร ขณะที่ นายโมฮัมเหม็ด บาร์นิเยห์ รมว.คลังซีเรีย กล่าวเพิ่มเติมว่า การที่ทรัมป์ยกเลิกการคว่ำบาตร จะช่วยให้ซีเรียสามารถสร้างสถาบันต่าง ๆ จัดหาบริการที่จำเป็นให้แก่ประชาชน รวมถึงจะสร้างโอกาสที่ดีในการดึงดูดการลงทุน และฟื้นความเชื่อมั่นในอนาคตของซีเรีย.
เครดิตภาพ : AFP



