เมื่อวันที่ 16 พ.ค. 68 เพจเฟซบุ๊ก “พยัคฆ์ไพร” ของหน่วยเฉพาะกิจปราบปรามพิเศษ กรมป่าไม้ ออกมาเปิดเผยกรณี การเอาผิดเหมืองหินปูนเอกชนรายหนึ่ง ในพื้นที่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ การตรวจสอบพบว่า มีการตั้งโรงแต่งแร่ เครื่องจักรโม่บดย่อยหิน และอาคารประกอบ นอกเขตประทานบัตร โดยไม่มีใบอนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ หรืออยู่อาศัยในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ส่งผลให้เกิดความเสียหายแก่พื้นที่ป่ากว่า 89 ไร่ 2 งาน 84 ตารางวา ทางเจ้าหน้าที่กรมป่าไม้จึงได้แจ้งความดำเนินคดีกับบริษัทเอกชนดังกล่าวในข้อหาฝ่าฝืนพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 และ พระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 ซึ่งเป็นความผิดเกี่ยวกับการบุกรุกและใช้ประโยชน์พื้นที่ป่าโดยไม่ได้รับอนุญาต เหตุการณ์นี้นับเป็นอีกหนึ่งกรณีสำคัญ ที่สะท้อนถึงการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ โดยไม่คำนึงถึงกฎหมายและสิ่งแวดล้อม ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังเร่งขยายผล และดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายอย่างเข้มงวด

โดยเพจพยัคฆ์ไพร ระบุข้อความว่า “กรมป่าไม้ขยายผลดำเนินคดีเหมืองหินปูนแห่งหนึ่ง ในอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ หลังตรวจพบไม่มีใบอนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ หรืออยู่อาศัยภายในเขตป่าสงวนแห่งชาติ รวมถึงที่ตั้งโรงแต่งแร่ เครื่องจักรโม่บดย่อยหิน และอาคารประกอบอยู่นอกเขตประทานบัตร”

“สำนักป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า กรมป่าไม้ นำโดย “นายชาญชัย กิจศักดาภาพ” ผู้อำนวยการส่วนปฏิบัติการพิเศษ หัวหน้าหน่วยเฉพาะกิจปราบปรามพิเศษ (พยัคฆ์ไพร) นำกำลังเจ้าหน้าที่ร่วมกับเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษป่าไม้ สจป.10 สาขาเพชรบุรี เจ้าหน้าที่หน่วยป้องรักษาป่าที่ ปจ.5 (หนองยิงหมี) ร่วมกันดำเนินการตรวจสอบ กรณีมีการตรวจพบเหมืองหินปูนของเอกชนแห่งหนึ่ง ซึ่งได้รับอนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ หรืออยู่อาศัยภายในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่ายางน้ำกลัดเหนือ และป่ายางน้ำกลัดใต้ เพื่อทำเหมืองแร่หินอุตสาหกรรมชนิดหินปูน”

“สำหรับอุตสาหกรรมก่อสร้าง ท้องที่ตำบลเขากระปุก อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี และตำบลหนองพลับ อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งอาจจะมีการดำเนินกิจการนอกพื้นที่ได้รับอนุญาต จากการลงพื้นที่ตรวจสอบปรากฏว่าเหมืองหินปูนแห่งนี้ ได้รับอนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ หรืออยู่อาศัยภายในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่ายางน้ำกลัดเหนือ และป่ายางน้ำกลัดใต้ ท้องที่ตำบลเขากระปุก อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี เพื่อขอรับช่วงการทำเหมืองแร่หินอุตสาหกรรมชนิดหินปูน สำหรับอุตสาหกรรมการก่อสร้าง ตามประทานบัตรเลขที่ 17777/16184 เนื้อที่ 85 ไร่ 42 ตารางวา ตามใบอนุญาตจังหวัดเพชรบุรี เล่มที่ 921 ฉบับที่ 18 ลงวันที่ 26 กันยายน 2561 จนถึงวันที่ 25 กันยายน 2571 และได้มีการครอบครองใช้ประโยชน์พื้นที่ภายในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่ายางน้ำกลัดเหนือ และป่ายางน้ำกลัดใต้ ซึ่งเป็นพื้นที่คาบเกี่ยวกัน 2 จังหวัด คือจังหวัดเพชรบุรี และจังหวัดประจวบคีรีขันธ์”

อีกทั้ง “ซึ่งในส่วนของพื้นที่ฝั่งจังหวัดเพชรบุรี เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินคดีกับบริษัทเอกชน เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ในฐานความผิดตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ 2507 และพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484 เนื่องจากมีการเปิดใช้ประโยชน์พื้นที่ ใช้เป็นสถานที่ทิ้งหรือเก็บมูลดินทรายนอกเขตประทานบัตร และสร้างถนนหรือเส้นทางใช้ในการขนส่งแร่ โดยไม่พบใบอนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ หรืออยู่อาศัยภายในเขตป่าสงวนแห่งชาติ เนื้อที่ 143-1-44 ไร่”

“สำหรับฝั่งจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ในการตรวจสอบครั้งนั้น ผู้นำตรวจสอบแจ้งว่ามีเอกสารสิทธิในที่ดิน และมีใบอนุญาตประกอบกิจการที่เกี่ยวข้อง แต่ไม่สามารถมอบให้เจ้าหน้าที่ในขณะตรวจสอบได้ เนื่องจากเจ้าของบริษัทไปต่างจังหวัด และจะส่งมอบให้ภายหลัง เจ้าหน้าที่ได้มอบหมายให้หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ปข.5 (หนองยิงหมี) มีหนังสือแจ้งประสานบริษัท เพื่อให้นำส่งสำเนาเอกสารสิทธิในที่ดิน และใบอนุญาตประกอบกิจการที่เกี่ยวข้องในบริเวณพื้นที่ โดยให้นำส่งมอบให้กับหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ปข.5 (หนองยิงหมี) ภายใน 15 วัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งประสาน จนกระทั่งครบกำหนดไม่มีการส่งมอบเอกสารให้กับเจ้าหน้าที่”

อย่างไรก็ตาม “ล่าสุดวันนี้ เจ้าหน้าที่กลับเข้าไปในพื้นที่อีกครั้ง ซึ่งจากการตรวจสอบในท้องที่ตำบลหนองพลับ อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พบว่ามีการใช้ประโยชน์พื้นที่ โดยมีลักษณะของการใช้เป็นสถานที่โรงแต่งแร่ เครื่องจักรโม่บดย่อยหิน และอาคารประกอบอยู่นอกเขตประทานบัตร โดยไม่พบใบอนุญาตให้เข้าทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยภายในเขตป่าสงวนแห่งชาติ คำนวณพื้นที่ป่าเสียหายได้ เนื้อที่ประมาณ 89-2-84 ไร่ จึงได้นำเรื่องราวแจ้งความกล่าวโทษ ต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรบ้านหนองพลับ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ให้ดำเนินคดีกับบริษัทเอกชนในฐานความผิดตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ 2507 มาตรา 14 ประกอบมาตรา 31 มาตรา 26/4 และมาตรา 33/2 (ฝ่าฝืนเงื่อนไขฯ ข้อ 16, 17 และ 18) และพระราชบัญญัติป่าไม้ 2484 มาตรา 54 มาตรา 55 และมาตรา 72 ตรี”
ขอบคุณข้อมูล : พยัคฆ์ไพร



