สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 16 พ.ค. ว่า นายดัก แมคมิลลอน ประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ของวอลมาร์ต เปิดเผยกับนักวิเคราะห์ ว่า บริษัทจะพยายามคงราคาสินค้าให้ต่ำสุดเท่าที่จะทำได้ แต่ด้วยปริมาณภาษีที่สูงมาก แม้มีการปรับลดลงแล้ว “วอลมาร์ตอาจไม่สามารถรับมือกับแรงกดดันทั้งหมดได้”
แม้วอลมาร์ตยินดีกับการผ่อนคลายความตึงเครียดระหว่างสหรัฐกับจีน อย่างไรก็ตาม บริษัทยังคงมองว่า ภาษีที่เรียกเก็บจากจีนยังคงสูงเกินไป และส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อสินค้าหลายประเภท เช่น อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และของเล่น
Walmart CFO John David Rainey: "The level of tariffs that have been proposed is pretty challenging for all retailers, for suppliers, and certainly our concern is that consumers are gonna feel some of that." pic.twitter.com/WR52BJLGLd
— Aaron Rupar (@atrupar) May 15, 2025
นายจอห์น เดวิด เรนีย์ ประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการเงิน (ซีเอฟโอ) ของวอลมาร์ต กล่าวว่า ผู้บริโภคจะเริ่มเห็นการปรับราคาสินค้ามากขึ้นในช่วงปลายเดือน พ.ค. นี้ และจะเห็นชัดขึ้นอีกในเดือน มิ.ย. โดยสินค้าบางรายการของจีนซึ่งตอนนี้เผชิญกับอัตราภาษี 30% นั้น อาจมีการปรับราคาขึ้น “แบบสองหลัก”
ทั้งนี้ทั้งนั้น โครงสร้างทางเศรษฐกิจของวอลมาร์ตเอื้อให้สามารถแบกรับภาษีของสินค้าบางรายการได้ และในบางกรณี ซัพพลายเออร์อาจหันไปใช้วัสดุที่ไม่มีภาษีศุลกากร เช่น การใช้ไฟเบอร์กลาสแทนอะลูมิเนียม
อนึ่ง วอลมาร์ตรายงานผลกำไร 4,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 149,199 ล้านบาท) เมื่อไตรมาสแรกของปีนี้ ซึ่งลดลง 12.1% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว แต่ยังสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ ส่วนรายได้ในช่วงเวลาเดียวกันเพิ่มขึ้น 2.5% เป็น 165,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 5.4 ล้านล้านบาท) และยอดขายในไตรมาสแรกเพิ่มขึ้น 4.5% เฉพาะจากสาขาในสหรัฐ.
เครดิตภาพ : AFP



