จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง โพสต์คลิปเหตุการณ์ที่รถไฟฟ้าทะลุบ้าน เหตุเกิดเมื่อวันที่ 14 พ.ค. 68 ที่ผ่านมา ระบุข้อความว่า “…ฟาดเคราะห์ใหญ่ในชีวิต..เจิมรถใหม่ ไม่มีใครเป็นอะไรมาก แค่อันนาโดนกระจกที่แตกกระเด็นบาด พี่เลี้ยงอุ้มน้องดารินมีสติ เฉียดไปแค่เสี้ยว ส่วนเรากับ ณาลัลน์และทิวา ถ้าไม่ได้กระจกและเนินปูนกั้นไว้ก็เต็ม ๆ เพราะพุ่งมาทางเรา #ทิวามีสติมาก ถ้าไม่กระโดดหลบ กระจกบาดฟันขาขาดแน่ ๆ เพราะเศษกระจกแผ่นใหญ่กระเด็นเข้ามาจุดนั้นเต็ม ๆ คือเป็นจังหวะนรกมาก ที่เราและลูกทั้งสี่อยู่พร้อมกันในจุดนั้น กลับมาดูกล้องแล้วใจหาย-ตรวจสอบแล้วรถปกติ-รถไฟฟ้าสติคือสิ่งสำคัญเหยียบผิดชีวิตเปลี่ยน ขอบคุณพี่เพื่อนบ้าน อปพร. โทรฯ บอกรีบมาทันที หาคนมาช่วย-ขอบคุณเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ทุกคนที่พอบอกก็จะเข้ามาช่วยทุกคนในครอบครัว มาไวพร้อมหน้ากันมาก ห่วงหลานกันสุดๆ ทิวาบอก ได้สกิลกระโดดหลบมาจากเกม robox…”


เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 17 พ.ค. ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บ้านที่เกิดเหตุ พบว่าวันนี้สภาพบ้านกลับมาเป็นปกติแล้ว ส่วนพี่เลี้ยงที่ก่อเหตุ ได้ตัดสินใจลาออกไป เพราะรู้สึกสำนึกผิดและไม่กล้าสู้หน้าคนในครอบครัว ทางเจ้าของบ้านก็อนุญาตให้ลาออก โดยที่ไม่หักเงินเดือน และไม่ขอค่าชดใช้ใดๆ ทั้งนี้ “คุณปู” เจ้าของบ้าน เปิดเผยว่า รถไฟฟ้าคันดังกล่าว เพิ่งจะซื้อมาเมื่อวันที่ 13 พ.ค. 68 ที่ผ่านมา เรียกได้ว่ายังเป็น “ป้ายแดง” ซื้อมาได้วันเดียว สเปกดีจากโรงงาน เร่งเครื่องมีความเร็วถึง 40-45 กม./ชั่วโมง ส่วนเหตุการณ์เกิดขึ้นหลังจากซื้อรถมาได้ 1 วัน โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นวันที่ 14 พ.ค. 68 เวลาประมาณ 17.28 น. เป็นช่วงที่พี่เลี้ยงเด็กจะพาลูกคนโตไปร้านสะดวกซื้อ โดยขับรถไฟฟ้าที่ซื้อมาใหม่ แต่ก็ไม่รู้ทำกันท่าไหน รถถึงถอยพุ่งเข้ามาในบ้าน ซึ่งพี่เลี้ยงอ้างว่าคันเร่งค้างชนกระจกแตกตามคลิป


ต่อมาตนได้ให้ช่างรถไฟฟ้าเข้ามาตรวจสอบ พบว่ารถไฟฟ้าอยู่ในสภาพปกติ ไม่มีปัญหาคันเร่งค้างอย่างที่พี่เลี้ยงกล่าวอ้าง ความเร็วตอนชนอยู่ที่ 45 กม./ชั่วโมง คือเท่ากับพี่เลี้ยงเหยียบมิดไมล์ จึงคาดกันว่าพี่เลี้ยงน่าจะเข้าเกียร์ผิด และพอชนแล้วก็ไม่ยอมปล่อยคันเร่ง ทำให้ความเร็วพุ่งสูงขึ้นเรื่อย ๆ อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ ซึ่งพี่เลี้ยงก็ได้ลาออกไปเพราะรู้สึกผิด ตนก็ยอมให้เขาลาออกและไม่เรียกร้องค่าเสียsายใดๆ ซึ่งค่าซ่อมประตูและผ้าม่าน เป็นราคาประมาณ 3 หมื่นบาท

คุณปู ได้ส่งคลิปวงจรปิดของกล้องหน้าบ้าน ที่ไม่ลงในโซเชียลให้กับทีมข่าว ซึ่งเป็นสิ่งที่เฉลยพฤติกรรมของพี่เลี้ยง โดยจากวงจรปิดจะเห็นชัดเจนได้ว่าพี่เลี้ยงได้ขับพุ่งเข้าบ้าน โดยที่รถไม่มีท่าทีว่าคันเร่งจะค้าง เพราะยังสามารถขับเดินหน้าถอยหลังได้ปกติ จึงคาดว่าน่าจะเป็นการเข้าเกียร์ผิด และเหยียบคันเร่งแช่ไว้ด้วยความตกใจมากกว่า.



