สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากเมืองกาซาซิตี ฉนวนกาซา เมื่อวันที่ 18 พ.ค. ว่า ปฏิบัติการทางทหารดังกล่าว เกิดขึ้นท่ามกลางความกังวลของนานาชาติที่เพิ่มขึ้น เกี่ยวกับสถานการณ์ด้านมนุษยธรรมที่เลวร้ายลงในฉนวนกาซา ขณะที่อิสราเอลยังคงขัดขวางความช่วยเหลือ และการเจรจาทางอ้อมรอบใหม่ระหว่างกลุ่มฮามาสกับอิสราเอล เริ่มต้นในกรุงโดฮา ประเทศกาตาร์
กองทัพอิสราเอลระบุว่า ปฏิบัติการครั้งนี้ถือเป็น “การขยายการสู้รบในฉนวนกาซา” โดยมีเป้าหมายเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ทั้งหมดของสงคราม รวมถึงการปล่อยตัวผู้ที่ถูกลักพาตัว และการจัดการกับกลุ่มฮามาส


ด้านหน่วยงานป้องกันพลเรือนในฉนวนกาซา รายงานว่ามีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 32 ราย ซึ่งในจำนวนนี้มากกว่าครึ่งหนึ่ง เป็นผู้หญิงและเด็ก โดยนายมาห์มูด บาสซาล โฆษกของหน่วยงาน กล่าวเพิ่มเติมว่า ประชาชนบางส่วนยังอยู่ใต้ซากปรักหักพัง ตลอดจนมีรายงานผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิตในพื้นที่อื่น ๆ แต่เจ้าหน้าที่กู้ภัยไม่สามารถเข้าถึงได้ เนื่องจากอิสราเอลยิงถล่มอย่างต่อเนื่อง
ขณะเดียวกัน นายอันโตนิโอ กูเตร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ (ยูเอ็น) กล่าวในการประชุมสุดยอดสันนิบาตอาหรับ ณ กรุงแบกแดด ประเทศอิรัก ว่าเขารู้สึก “ตกใจ” กับสถานการณ์ที่รุนแรงยิ่งขึ้น และเรียกร้อง “การหยุดยิงถาวรในทันที” อีกทั้งแถลงการณ์สุดท้ายของที่ประชุม ก็เรียกร้องให้ประชาคมระหว่างประเทศ “กดดันเพื่อยุติการนองเลือด” และส่งมอบความช่วยเหลือ
อนึ่ง อิสราเอลกลับมาปฏิบัติการทางทหารในฉนวนกาซาอีกครั้ง เมื่อวันที่ 18 มี.ค. ที่ผ่านมา นับเป็นการยุติการหยุดยิงนาน 2 เดือน ซึ่งแม้อิสราเอลและกลุ่มฮามาส ไม่สามารถบรรลุข้อตกลงสงบศึกหลายครั้งหลายหน แต่การเจรจายังคงดำเนินต่อไป.
เครดิตภาพ : AFP



